กรมการค้าภายใน เผย คุม “เม็ดพลาสติก-ซอสปรุงรส-น้ำดื่มขวด” มีผลบังคับใช้แล้ว ระบุผู้ผลิต นำเข้า ขาย และผู้ซื้อ PE-PP-PET ต้องแจ้งราคาซื้อ ขาย ปริมารผลิต นำเข้า ใช้ และสต๊อกทุกสัปดาห์ ป้องกันกักตุน ฉวยขึ้นราคา ปฏิเสธจำหน่าย ส่วนปรุงรส น้ำดื่มขวด ติดตามใกล้ชิด และใช้มาตรการทางกฎหมายได้ทันทีหากเกิดความผันผวนด้านราคา ส่วนยกระดับคุมเข้ม 8 สินค้าควบคุมเดิมมีผลใช้แล้วเช่นกัน

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่เพิ่มเติมสินค้าควบคุมรายการใหม่ 3 รายการ คือ เม็ดพลาสติก ซอสปรุงรส และน้ำดื่มบรรจุขวด ในบัญชีและบริการควบคุม ภายใต้พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542 มีผลบังคับใช้แล้ว เพราะได้ลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งจะทำให้กรมสามารถติดตามสถานการณ์การผลิต การค้า โครงสร้างต้นทุนและราคาได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น รวมถึงป้องกันการกักตุนสินค้า ฉวยโอกาสขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรม ปฏิเสธการจำหน่าย 

สำหรับเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์นั้น ได้กำหนดมาตรการกำกับดูแลครอบคลุมเม็ดพลาสติกประเภท PE, PP และ PET ซึ่งใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก ฝาบรรจุภัณฑ์ และแกลลอน โดยกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย และผู้ซื้อเพื่อนำไปผลิต ต้องรายงานข้อมูลราคาซื้อ ราคาจำหน่าย ปริมาณการผลิต การนำเข้า การใช้ และปริมาณคงเหลือต่อกรมการค้าภายใน ทุกสัปดาห์ เพื่อให้สามารถติดตามโครงสร้างต้นทุนได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถดำเนินมาตรการได้ทันก่อนส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าปลายทาง

ส่วนซอสปรุงรสและน้ำดื่มบรรจุขวด กรมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านปริมาณและการเปลี่ยนแปลงราคา หากพบสัญญาณการขาดแคลนสินค้า หรือเกิดความผันผวนของราคาที่มีนัยสำคัญ ก็สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการได้ทันที เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดและคุ้มครองผู้บริโภค

...

ขณะที่การยกระดับมาตรการคุมเข้มสินค้าควบคุมเดิม 8 รายการ ได้แก่ กระดาษชำระและกระดาษเช็ดหน้า, แชมพู, ผงซักฟอกและน้ำยาซักฟอก, ผลิตภัณฑ์ล้างจาน, ผ้าอนามัย, สบู่ก้อนและสบู่เหลว โดยปรับจากเดิมให้แจ้งราคา เป็นต้องขออนุญาตปรับราคาก่อนจำหน่าย 

รวมถึงน้ำมันปาล์มดิบ ต้องขออนุญาตส่งออก จากเดิม ควบคุมขนย้าย ทำบัญชีคุม และน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค เป็นต้องขออนุญาตปรับราคาก่อนจำหน่าย จากเดิมไม่มีมาตรการ ขณะที่หอมหัวใหญ่ ปรับเป็นต้องแจ้งข้อมูลปริมาณนำเข้า จำหน่าย สินค้าคงเหลือ ที่เก็บ และผู้ซื้อ จากเดิม ควบคุมขนย้าย ทำบัญชีคุม ก็มีผลบังคับใช้แล้วเช่นกัน

 ขณะที่การควบคุมมะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ ปลากะพง และกากถั่วเหลือง เพื่อป้องกันผลกระทบด้านราคาและรายได้ของเกษตรกรอยู่ระหว่างกระบวนการรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณากำหนดเป็นสินค้าควบคุมต่อไป  โดยกรณีมะพร้าวผลอ่อน พบการใช้สิ่งเจือปนแทนน้ำมะพร้าวแท้ หรือมีการทำน้ำมะพร้าวปลอม ส่งผลให้ความต้องการใช้มะพร้าวผลอ่อน ในการส่งออก โดยเฉพาะไปตลาดจีนลดลง ทำให้ราคามะพร้าวตกต่ำ ขณะที่ปลากะพง มีการลักลอบนำเข้าจากเพื่อนบ้านจำนวนมาก จนทำให้ราคาในประเทศตกต่ำ จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนกากถั่วเหลืองได้กำกับดูแลปริมาณให้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม