เมื่อวันที่ 2 เม.ย. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ว่า วันที่ 3 เม.ย. เวลา 14.00 น. สมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราช ดำเนินไปทรงประกอบพิธียกเสาพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง ทั้งนี้ ตามจารีตประเพณีการจัดสร้างพระเมรุมาศจะมีพิธีสำคัญ 3 ขั้นตอนคือ พิธีปักหมุดวางผังพระเมรุมาศ พิธียกเสาพระเมรุมาศ ถือเป็นขั้นตอนหลักของการก่อสร้างจริง หลังจากก่อสร้างเสร็จแล้วจึงจะเป็นพิธียกฉัตร

“กรมสมเด็จพระเทพฯ มีพระมหากรุณาธิคุณ เสด็จฯไปทรงเป็นองค์ประธาน ทรงถือสายสูตรจากพลับพลาไปยังเสาที่จะยก 1 ต้น ด้วยรถเครน เสามีความสูงประมาณ 18 เมตร หนักประมาณ 7 ตัน เมื่อเสร็จพิธีกรมศิลปากรจะยกเสาที่เหลืออีก 3 ต้น รวมทั้งยกยอดที่เป็นโครงเหล็กในคราวเดียวกัน  การก่อสร้างจะเป็นไปตามแบบที่กำหนดไว้ สิ่งสำคัญคือการก่อสร้างโรงขยายแบบ เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการขยายลวดลายเท่าขนาดจริงของพระเมรุมาศ เป็นอาคารสำคัญที่จะต้องใช้ในการดำเนินงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงต้นเดือน เม.ย. ส่วนพระเมรุมาศจะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค.” อธิบดีกรมศิลปากรกล่าว

นายพนมบุตรกล่าวว่า การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศและเครื่องประกอบ กรมสรรพาวุธทหารบก ได้ซ่อมส่วนล้อและเพลาของราชรถองค์ที่ต้องใช้เรียบร้อยแล้ว กำลังจะเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมกระจกสี เตรียมงานลงรักปิดทอง คาดจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณกลางในการจัดสร้างพระเมรุมาศ พระที่นั่งทรงธรรม โรงขยายแบบ รวมทั้งงบฯในการบูรณะราชรถ ราชยานมาให้เรียบร้อยแล้ว การจัดสร้างพระโกศจันทน์ และพระหีบจันทน์อยู่ในขั้นตอนการขยายแบบขยายลาย รวมไปถึงพระโกศพระบรมอัฐิและเครื่องสังเค็ดต่างๆอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดของแบบ ขณะที่ประติมากรรม งานปั้น กรมศิลปากรรับผิดชอบส่วนของงานปั้นเทวดายืนถือบังสูรย์ สถาบันสิริกิติ์ดำเนินการในส่วนงานประติมากรรม ประดับสวน จำพวกสัตว์ป่าหิมพานต์ ประติมากรรมจะมี 8 คู่ หรือ 16 ตัว เช่น หนุมานคู่กับมัจฉานุ ไกรทอง คู่กับนางวิมาลา