งาน Bangkok International Motor Show 2026 ครั้งที่ 47 (23 มีนาคม – 5 เมษายน 2569) ที่เพิ่งจบลงไปนั้น ยอดจองรถยนต์รวมในงานพุ่งสูงถึง 132,951 คัน เป็นสถิติใหม่ แม้ว่าปัญหาราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูงจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้กระแสรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) มาแรงมากจนครองส่วนแบ่งกว่า 60% ของยอดจองทั้งหมด แต่ในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด (HEV) สำหรับคนที่ยังไม่พร้อมจะไปรถไฟฟ้า 100% ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อรถ HEV มากขึ้นจากปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้น (แตะระดับ 50 บาท/ลิตรในช่วงเดือนเมษายน) ทำให้รถยนต์ที่ประหยัดพลังงานอย่างไฮบริดกลายเป็นทางเลือกที่สมดุลสำหรับคนที่ยังไม่พร้อมขยับไปใช้ไฟฟ้า 100%
แบรนด์ที่ทำยอดจองได้สูงสุดและมีรุ่นยอดนิยมอันดับต้นๆ คือ
แบรนด์ที่ทำยอดจอง HEV ได้สูงสุด

Toyota: ครองอันดับ 1 ในกลุ่มรถสันดาปและไฮบริด โดยมียอดจองรวมทุกรุ่นอยู่ที่ 15,750 คัน
รุ่นที่ขายดีที่สุดยังคงเป็น Toyota Yaris Cross ซึ่งเป็นรถ HEV ที่ขายดีที่สุดของค่ายและในเซกเมนต์ SUV ขนาดเล็กรุ่นรองลงมา Corolla Cross HEV และ New Yaris ATIV HEV ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในงาน
...

ความสำเร็จของ Toyota ในงาน Motor Show 2026 ที่กวาดยอดจองเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถสันดาปและไฮบริด (HEV) โดยมี Yaris Cross เป็นหัวหอกหลักนั้น เกิดจากสูตรสำเร็จที่ Toyota วางหมากมาอย่างดีเพื่อสู้กับกระแสรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) จากจีน ความเชื่อมั่นในระบบ HEV ในขณะที่ตลาด BEV กำลังเติบโต แต่ยังมีผู้ใช้รถจำนวนมากที่ยังไม่พร้อม กับการหาสถานีชาร์จหรือการรอชาร์จไฟนานๆ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล (เช่น สงกรานต์ 2026 ที่กำลังจะถึงนี้) Yaris Cross HEV ตอบโจทย์ด้วยอัตราประหยัดน้ำมันที่สูงถึง 26.3 กม./ลิตร (ตาม Eco Sticker) ซึ่งประหยัดใกล้เคียงกับรถไฟฟ้าในแง่ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร แต่เติมน้ำมันได้ทุกที่ ส่วนความทนทานนั้น แบตเตอรี่ไฮบริดของ Toyota มีชื่อเสียงเรื่องความอึดและการรับประกันที่ยาวนาน ทำให้คนกล้าตัดสินใจซื้อมากกว่าแบรนด์ใหม่ๆ

Honda มียอดจองรวม 5,907 คัน รุ่นเด่น: ตระกูล e:HEV ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Civic, HR-V และ City e:HEV ยังคงเป็นตัวเลือกหลักของผู้ที่มองหาความมั่นใจในระบบไฮบริด
สถานการณ์ของ Honda ในงาน Motor Show 2026 แม้ Honda จะพยายามรุกตลาดรถไฟฟ้า (BEV) ด้วยการเปิดตัว e:N2 ราคา 1,429,000 บาท แต่ตัวเลขยอดจองที่เทไปทางกลุ่ม e:HEV (Hybrid) เกือบทั้งหมดนั้น มีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์และการวางกลยุทธ์ที่สวนทาง กับความคาดหวังของตลาดรถไฟฟ้าในปัจจุบัน

สาเหตุที่ Honda ยังขายรถไฟฟ้าได้น้อย แต่ไฮบริดกลับขายได้ เกิดจากปัญหาด้านความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ในตลาดรถไฟฟ้า (BEV) ปี 2026 การแข่งขันรุนแรงมาก โดยเฉพาะแบรนด์จีนที่อัดสเปกมาเต็มพิกัดในราคาที่ต่ำกว่ามาก เมื่อเทียบ Honda e:N2 (1.42 ล้านบาท) กับคู่แข่งอย่าง BYD หรือ Geely ในระดับราคาเดียวกัน ลูกค้ามักจะมองว่า Honda ให้ ออปชัน น้อยกว่า ทั้งเรื่องระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ที่ดูไม่ล้ำสมัยเท่าเรื่องของระบบชาร์จไฟ รถไฟฟ้าของ Honda มักถูกวิจารณ์เรื่องความเร็วในการชาร์จ (DC Fast Charge) ที่ยังทำได้ช้ากว่ามาตรฐานของรถไฟฟ้ายุคใหม่ ทำให้ผู้ที่เน้นใช้งาน BEV จริงจังมองข้ามไป
...

ระบบไฮบริดของ Honda (e:HEV) ได้รับการยอมรับว่าขับสนุกในบรรดารถไฮบริดระดับเดียวกัน จาก DNA ความสปอร์ต: Civic และ HR-V e:HEV ให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่ใกล้เคียงรถยุโรป มอเตอร์ไฟฟ้าแรงบิดสูงทำให้เร่งแซงทันใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่สาวก Honda (Fans) ให้ความสำคัญมากกว่าการเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้า 100% ลูกค้า Honda ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เน้นการใช้งานระยะยาว และยังกังวลเรื่องราคาขายต่อของรถไฟฟ้า รวมถึงความเสถียรของซอฟต์แวร์ในรถ BEV รุ่นใหม่ๆ การเลือก e:HEV จึงเป็นทางสายกลางที่ตอบโจทย์ทั้งความประหยัดและความอุ่นใจ
กลยุทธ์การทำตลาดรถไฟฟ้าที่ "ไม่เน้นขายขาด" ในช่วงแรก ย้อนกลับไปตอน e:N1 Honda เลือกใช้โมเดลเช่าใช้ (Subscription) มากกว่าการขายขาดในช่วงแรก ซึ่งทำให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ยากและรู้สึกว่าไม่ใช่เจ้าของรถจริงๆ แม้ภายหลังจะปรับมาขายขาด (ในราคาประมาณ 1.19 - 1.2 ล้านบาท) แต่ภาพลักษณ์ของรถไฟฟ้า Honda ในสายตาคนไทยก็ดู "กั๊ก" และ "แพง" เมื่อเทียบกับหน้าตาที่ดูคล้าย HR-V เดิมมากเกินไป (ขาดความว้าว)
ปัญหาเรื่อง "พื้นฐานตัวรถ" (Dedicated Platform) รถไฟฟ้าของ Honda อย่าง e:N1/e:N2 ถูกมองว่าเป็น Converted EV หรือการนำโครงสร้างรถน้ำมันมาดัดแปลงเป็นรถไฟฟ้าคล้าย HR-V ทำให้พื้นที่ใช้สอยและการจัดการแบตเตอรี่สู้รถที่ออกแบบมาเพื่อเป็นไฟฟ้า 100% (Pure EV Platform) ตั้งแต่เกิดไม่ได้
...

GWM (Great Wall Motor): มียอดจองรวม 6,819 คันรุ่นไฮไลต์: ในงานนี้มีการเปิดราคา ORA 5 HEV (เริ่มต้น 709,000 บาท) ซึ่งเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์นั่งไฮบริดราคาประหยัด รวมถึงยอดจองจาก Haval Jolion และ Haval H6 ที่ยังคงทรงตัว

การที่ ORA 5 HEV กลายเป็นม้ามืดที่ดึงความสนใจในงาน Motor Show 2026 จนทำยอดจองเบียดรุ่นพี่อย่าง Haval ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย ดูจากกลยุทธ์การทำราคาและสเปกที่ GWM ใส่มาให้ ซึ่งถือว่าเป็นการทุบตลาดรถไฮบริดในงบ 7 แสนบาทอย่างรุนแรง การทำราคาที่ช็อกตลาด ราคาเริ่มต้น 709,000 บาท (รุ่น PRO) คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ราคาไปชนรถ Segment ต่ำกว่า ราคานี้ลงไปเบียดกับ City e:HEV และ Yaris ATIV HEV แต่ได้ตัวถังแบบ SUV/Crossover ที่ใหญ่กว่าและสูงกว่า ข้อสำคัญคือ ถูกกว่าเจ้าตลาด เมื่อเทียบกับ Yaris Cross หรือ HR-V รุ่นเริ่มต้น ORA 5 HEV มีส่วนต่างราคาที่ประหยัดไปได้หลักแสนบาท ทำให้คนที่มองหารถครอบครัวในงบจำกัดตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
...

GWM เลือกใช้ขุมพลัง 1.5 Turbo + มอเตอร์ไฟฟ้า (DHT) ที่ให้ตัวเลขสมรรถนะสูงมากเมื่อเทียบกับราคา แรงม้า/แรงบิด ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 223 แรงม้า แรงบิด 476 นิวตันเมตร จริงๆแล้ว หากวัดแรงบิดที่ลงล้ออาจไม่ได้ตัวเลขเท่ากับที่แจ้งมา เพราะเครื่องยนต์ไฮบริด 1.5 ลิตร บวกมอเตอร์ไม่น่าจะสร้างแรงฉุดลากในระบบ 476 นิวตันเมตรได้ สมรรถนะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.7 วินาที แรงกว่ารถไฮบริดเจ้าตลาดเกือบทุกรุ่นในพิกัดเดียวกัน ทำให้ตอบโจทย์ทั้งคนชอบขับรถแรงและคนที่ต้องการความมั่นใจเวลาเร่งแซง ในขณะที่ ORA Good Cat เป็นไฟฟ้า 100% แต่ ORA 5 HEV เข้ามาตอบโจทย์คนที่อยากได้ดีไซน์ ORA แต่ไม่กล้าใช้รถไฟฟ้า ได้หน้าตาที่ล้ำสมัยและเทคโนโลยีแบบรถ EV (เช่น หน้าจอใหญ่ Coffee OS 3.0) แต่ยังเติมน้ำมันได้ปกติ ระยะทางวิ่ง GWM เคลมว่าน้ำมัน 1 ถังวิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กม. (ประหยัดเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร) ซึ่งเป็นตัวเลขที่คนเดินทางไกลชอบ

มิติตัวถังและออปชัน ขนาดตัวรถ ORA 5 มีฐานล้อยาวถึง 2,720 มม. ซึ่งยาวกว่า SUV หลายรุ่นในกลุ่มเดียวกัน ทำให้ห้องโดยสารตอนหลังกว้างขวาง นั่งสบายกว่าที่คิด ส่วนเทคโนโลยี แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ GWM ยังคงเอกลักษณ์การใส่ระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่มาให้ค่อนข้างครบ รวมถึงหน้าจอ Infotainment ขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว ซึ่งดูทันสมัยกว่าคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน
การมาของ ORA 5 HEV คือการที่ GWM ยอมกินส่วนแบ่งตัวเอง (Haval Jolion) เพื่อไปดึงยอดจากเจ้าตลาดอย่าง Toyota และ Honda โดยใช้ความสดใหม่ของดีไซน์และสเปกเครื่องยนต์ที่แรงกว่ามาเป็นจุดขายหลัก.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/