“กรณ์” ย้ำ รัฐบาลอุ้มโรงกลั่น ลอยแพประชาชน ไม่เชื่อ “อนุทิน” ปราบทุนเทา-สแกมเมอร์จริง คนใกล้ตัวเอี่ยวอื้อบี้ถาม “รมว.คลัง” ตั้ง “วิศิษฏ์” นั่งประธาน กลต. เหมาะหรือไม่
วันที่ 10 เมษายน 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจปากท้อง และการปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนเทา ว่า ในประเด็นวิกฤติพลังงาน รัฐบาลไม่มียุทธศาสตร์รับมือ เพราะใช้การซื้อเวลารอให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงมา แม้จะมีการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย แต่ราคาหน้าปั๊มน้ำมันกลับลดลงเพียง 2 บาทกว่า ทั้งที่ควรลดลง 12 บาท/ลิตร เพราะวันนี้ค่าการกลั่นสูงถึง 17 บาท/ลิตร ทุกการตัดสินใจของรัฐบาลทำให้ประชาชนสงสัยว่าแก้ปัญหาโดยเกรงใจนายทุนมากเกินกว่าความทุกข์ของประชาชน ซึ่งเมื่อวันที่ 9 เม.ย. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง บอกว่าภาระการดูแลน้ำมันขอให้เป็นภาระของกองทุนน้ำมัน คือ ให้ประชาชนดูแลเอง ในฐานะผู้ใช้หนี้กองทุนน้ำมัน ขณะที่ภาษีสรรพสามิตยังเก็บเท่าเดิม โดยอ้างว่าอาจไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล ทั้งที่รายได้จากน้ำมันไม่ได้ส่งตรงไปที่ค่ารักษาพยาบาล แต่เข้ากองกลาง ซึ่งตนยืนยันว่า การลดภาษีสรรพสามิตพร้อมกับลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของรัฐบาลที่ไม่จำเป็นช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนได้กว่านี้ จึงอยากให้รัฐบาลกำหนดสูตรคำนวณราคาน้ำมันที่เป็นธรรมโดยเร็ว
ไม่เชื่อ “อนุทิน” ปราบทุนเทา
นายกรณ์ กล่าวต่อถึงนโยบายปราบสแกมเมอร์ ว่า เมื่อวานนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ร่วมงานแถลงข่าว ป.ป.ช. ยึดทรัพย์เพิ่มเติมของกลุ่มสแกมเมอร์ ซึ่งหน่วยงานของไทยทำงานล่าช้า เมื่อเทียบกับต่างชาติ ทำให้มีการยักย้ายทรัพย์หนี การยึดอายัดทำไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย และที่ นายกฯ ประกาศให้ยึดหลักปฏิบัติการทำงานว่า ไม่ต้องสนใจว่า ชื่อใครเกี่ยวข้อง จะเดินหน้าเอาผิดตามพฤติกรรม ตนไม่มั่นใจว่า จะทำได้จริง เพราะก่อนหน้านี้ อดีตรมช.คลังในรัฐบาลนายอนุทิน 1 เคยเป็นที่ปรึกษาให้กับธนาคารของกัมพูชาซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ และเกี่ยวข้องกับซื้อหุ้นในกองทุนที่เป็นของกลุ่มสแกมเมอร์ กลุ่มฟอกเงิน ซึ่งพบว่าถูกยึดอายัดในรอบล่าสุดนี้ด้วย จึงขอให้นายกฯ ตรวจสอบคนใกล้ชิดของนายกฯ ที่มีพฤติกรรมเชื่อมโยงและเกี่ยวโยงกับกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ด้วย เพราะพบว่า มีหุ้นบริษัท BCPG ซึ่งเป็นบริษัทลูกของโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ที่ถือหุ้นโดยกองทุน CAI และ บ. พิวกิ้น ถือครอง ทั้งนี้หุ้น BCPG พบว่า มีการขายหุ้นแบบเจาะจง คือ มติกรรมการบริษัทเจาะจงให้ขายหุ้นรวม 4,500 ล้านบาทให้กับ 2 กองทุน
...
จึงฝากถามถึงนายกฯ ว่า หลังยึดหุ้น BCPG จาก CAI แล้ว ได้ตรวจสอบด้วยหรือไม่ถึงเหตุผลการขายหุ้นแบบเจาะจง ซึ่งกรรมการบริษัทในวันนั้น ที่เป็น อดีตรมว.คลังมาก่อน ต้องถามว่า รู้กับนายทุนสีเทา กลุ่มสแกมเมอร์หรือไม่ เพราะเรื่องนี้ ไม่ได้จบแค่คนต่างชาติไม่กี่คน แต่พบว่า มีการขยายวงอยู่กับบุคคลที่เคยนั่งในสภาฯ และในทำเนียบรัฐบาล
ถาม ตั้ง “วิศิษฏ์” นั่งประธาน กลต. เหมาะหรือไม่
“ขณะที่การแก้ปัญหากลุ่มสแกมเมอร์ ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ดำเนินการที่ผ่านมา ที่เริ่มมาจากการลงนามอัปยศกับกลุ่มทุนสแกมเมอร์ และได้ส่งเรื่องเอาผิดนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว.ดีอี ตามมาตรา 157 ต่อ ป.ป.ช. และยังพบว่าการลงนามเอ็มโอยูอัปยศนั้นมีผู้ร่วมลงนามคือ นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ที่มีบทบาทสำคัญตรวจสอบความโปร่งใสความถูกต้องในตลาดหลักทรัพย์ จึงขอถาม รมว.คลัง ว่าเหมาะสมหรือไม่ที่ตั้งคนที่ถูกกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงนามเอ็มโอยูที่เอื้อกับการฟอกเงินดิจิทัลระดับโลก แม้ว่า เอ็มโอยูนี้ จะถูกยกเลิกไปแล้ว เหมาะสมหรือไม่ และในกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมร่วมกับนายเบน สมิธ กรณีซื้อเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวและผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ ผ่านธนาคารบีไอซี ของกัมพูชา โดยก่อนที่จะตั้งนายสุริยะให้กลับมาเป็นรัฐมนตรี ได้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือไม่ ผมขอให้ชี้แจงต่อสาธารณะ หากไม่ทำ ผมขอตั้งคำถามสะท้อนถึงความจริงใจ จริงจังในการปราบกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์หรือไม่ ที่นายกฯ บอกว่า พร้อมปิดตา เอาเรื่องกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพราะคนเกี่ยวข้องล้วนอยู่ใกล้ตัว และอยู่ในรัฐบาลท่าน“ นายกรณ์ กล่าว