ดีเอสไอ พร้อมพนักงานสอบสวน เตรียมเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันรายใหญ่แห่งหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี หลังพบความผิดปกติ นำน้ำมันเข้าคลังจำนวนมากในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เตรียมเข้าตรวจสอบหลักฐาน และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องบริษัทคลังน้ำมันแห่งหนึ่ง ของผู้ค้าน้ำมัน ตามมาตรา 7 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำตาปี เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี หลังจากที่ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กระทรวงกลาโหม, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ร่วมกับ พลตำรวจตรี สุวิชชา จินดาคำ รอง ผบช.ภ. 8 พลตำรวจตรี สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าทำการตรวจสอบคลังน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง 2543 ซึ่งเป็นผู้ค้าขนาดใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่การขนส่งน้ำมันในภาคใต้ตอนบน รวม 6 จุด เพื่อดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2569 ในการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
...

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบความผิดปกติของคลังน้ำมันแห่งหนึ่ง เกี่ยวกับยอดขายเบนซิน คือ เดือนมีนาคม ที่มียอดขายราว 400,000 ลิตร ซึ่งต่ำกว่ายอดขายในเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีราว 1,700,000 ลิตร ขณะที่ยอดขายดีเซล เดือนมีนาคม ซึ่งมีราว 10,000,000 ลิตร เป็นยอดขายที่สูงกว่า เดือนกุมภาพันธ์ ที่มีอยู่ราว 4,800,000 ลิตรเท่านั้น เป็นการขายเกินยอดปกติไป 100% ในขณะที่ยอดจำหน่ายน้ำมันทั้งประเทศ เดือนมีนาคม สูงกว่า กุมภาพันธ์ ประมาณ 20% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลระบุด้วยว่า สำหรับคลังน้ำมันที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี นั้น เป็นคลังน้ำมันของผู้ค้าตามมาตรา 7 และมาตรา 10 กระจายน้ำมันให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน และในช่วงที่รัฐบาลยังมีนโยบายควบคุมราคาน้ำมัน ทำให้เกิดภาวะน้ำมันขาดตลาดอย่างรุนแรง และในทางกลับกัน ยังพบการสั่งซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นตามปกติ เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบดังกล่าว เพื่อรวบรวมข้อมูล และสืบสวนสอบสวน ซึ่งหากพบหลักฐานความผิดจะมีการโอนคดีให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายการสอบสวนคดีพิเศษตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษหนักและขยายผลไปสู่การดำเนินงานตามมาตรการฟอกเงินต่อไป.
...