ปลัดแรงงานเป็นประธานการประชุมคณะทำงานปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคม เห็นชอบแนวทางเดินหน้าศึกษาวิจัย พร้อมชูความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมที่ปรึกษาและคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) รวมถึงผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน เข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมกันศึกษา วิเคราะห์และกำหนดแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานประกันสังคมให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทการบริหารภาครัฐในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบกรอบระยะเวลาการดำเนินโครงการจ้างที่ปรึกษาศึกษาวิจัยการปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวปฏิบัติด้านการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานประกันสังคม พร้อมทั้งพิจารณาให้ความเห็นต่อร่างรายงานผลการดำเนินงานของคณะทำงาน ซึ่งครอบคลุมการศึกษาข้อมูลเชิงโครงสร้าง เช่น การจำแนกประเภทหน่วยงานของรัฐ การทบทวนแนวทางการออกนอกระบบราชการ รูปแบบการบริหารจัดการหน่วยงานประกันสังคมในต่างประเทศ รวมถึงร่างกฎหมายและข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้อง

...
นอกจากนั้น ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบในหลักการของรายงานและมอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ได้แก่ การรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเพื่อทราบ การเสนอคณะกรรมการประกันสังคม เพื่อพิจารณาการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2569 สำหรับโครงการจ้างที่ปรึกษาฯ ตลอดจนการเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน
อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ นับเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายภายใต้กรอบระยะเวลา 60 วัน ของแผนการดำเนินงาน (6 ก.พ. – 6 เม.ย.2569) โดยในระยะต่อไปจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินโครงการจ้างที่ปรึกษาศึกษาวิจัยฯ ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาจัดสรรงบประมาณจากคณะกรรมการประกันสังคมและดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเปิดโอกาสให้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน เพื่อยกระดับความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป