ถือฤกษ์สะดวก “รัชดา” โฆษกรัฐบาล เข้าทำเนียบฯ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เผยนายกฯ กำชับสื่อสารประชาชนให้ครบถ้วน ตรงไปตรงมา ไม่ต้องห่วงปกป้องนายกฯ จับตาตั้ง “ลลิดา-ภัทร์ดารัสมิ์” เป็นรองโฆษกฯ
เมื่อเวลา 08.19 น. วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำพวงมาลัยสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตา และศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ

...

น.ส.รัชดา เปิดเผยว่า ตนตระหนักถึงความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้าในยามนี้ เข้าใจสถานการณ์ว่า การสื่อสารจากภาครัฐไปสู่ประชาชนเป็นเรื่องจำเป็น เมื่อตนได้รับโอกาสนี้ ถือว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่ง จะทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลที่ครบถ้วนอย่างตรงไปตรงมาให้ถึงประชาชนได้มากที่สุด เพื่อจะได้สร้างความเข้าใจและหวังว่า ความเข้าใจที่เกิดขึ้นในสังคมจะทำให้ประชาชนคลายความทุกข์ใจได้

ส่วนช่วงนี้เกิดวิกฤตราคาน้ำมัน การทำหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ อาจจะแตกต่างจากที่ผ่านมา น.ส.รัชดา กล่าวว่า ต่างจากอดีตมาก เนื่องจากสถานการณ์และมีความคาดหวัง รวมถึงสื่อโซเชียลมีความตื่นตัว ต้องทำงานมากขึ้นอีก ส่วนตัวในฐานะโฆษก ทีมโฆษก และสำนักโฆษกฯ ต้องบูรณาการการทำงานกับโฆษกกระทรวง และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับข่าวต่าง ๆ ให้มากขึ้น เมื่อมีประเด็นเกิดขึ้นเราจะเร่งทำความชี้แจง โดยข้อมูลที่ชี้แจงนั้นจะต้องถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว ถือเป็นความท้าทายที่เราต้องมาจัดระบบ และบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐให้มากขึ้น

เมื่อถามว่าในฐานะที่เคยทำหน้าที่รองโฆษกฯ มาแล้ว มีส่วนไหนที่ต้องปรับปรุงหรือทำให้ดีขึ้นกว่าในอดีตหรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า ส่วนตัวเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกประชาชน เพียงแต่บางครั้งเราเห็นว่า การสื่อสารจากภาครัฐไปยังช้า โดยเฉพาะในสถานการณ์อย่างนี้ประชาชนคาดหวัง มีความอยากจะรู้ แต่ถ้าเราช้า ซึ่งบางครั้งช้าแค่ 3-4 ชั่วโมง ก็เหมือนกับช้าไปเป็นวันแล้ว เราจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้ดีที่สุด ย้ำว่า การรับฟังเสียงโซเชียลมากขึ้น วันนี้ได้มีการนำเอไอมาใช้ ทุกเสียงสะท้อนของประชาชน รัฐบาลได้ยิน นายกฯก็รับทราบ และเราห่วงใย เข้าใจความรู้สึกตรงนั้น ถ้าเราโฟกัสเรื่องมาตรการต่าง ๆ ที่จะออกไป หรือสื่อสารให้มีความชัดเจนอะไรที่ยังเป็นปัญหา ตนและสำนักโฆษกฯ จะเร่งไปปรับปรุงตรงนั้น
เมื่อถามว่า นายกฯ ได้ให้นโยบายอะไรหรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกฯพูดสั้น ๆ แค่ว่า ในยามนี้ที่มีวิกฤตการสื่อสารเป็นเรื่องจำเป็น และนายกฯเข้าใจทุก ๆ ความรู้สึกของประชาชน นายกฯย้ำว่า ขอให้ไปทำหน้าที่สื่อสารให้ครบถ้วนอย่างมีเหตุผล ตรงไปตรงมา ไม่ต้องกังวลในเรื่องที่จะต้องมาปกป้องนายกฯหรือรัฐมนตรี ขอให้โฆษกสื่อสารสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

หากมีข้อท้วงติงหรือคำถามจากฝ่ายค้าน โดยเฉพาะในแง่การเมือง จะมีการตอบโต้หรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า เราไม่ได้มองว่า จะต้องมีการตอบโต้ ถ้าเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านนำเสนอที่มาจากชุดข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือเป็นมุมมองในทางปฏิบัติมันทำไม่ได้ เราก็จะต้องมีการชี้แจง เพราะโจทย์ในวันนี้ มันไม่ใช่การทะเลาะกัน หรือการสวนกันไปกันมา แต่คือ การสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง ฉะนั้น หน้าที่หลักคือ ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนอย่างมีเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา และรับฟังเสียงสะท้อนของ สส. และประชาชน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะมีการนัดประชุม ครม.นัดแรก ในวันที่ 11 เมษายน น.ส.รัชดา กล่าวว่า ต้องรอดูทางสภาว่า จะกำหนดให้มีการแถลงนโยบายรัฐบาลวันไหน จากเดิมกำหนดไว้วันที่ 9-10 เมษายน แต่มีข่าวว่า อาจจะขยับไปเป็นวันที่ 10-11 เมษายน แต่ตรงนี้ต้องรอความชัดเจนจากสภาอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในการประชุม ครม.นัดแรกจะมีการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการการเมือง โดยเมื่อวันที่ 6 เมษายน นายกฯ ย้ำว่า ถ้ามีตัวบุคคลแล้วก็ขอให้รัฐมนตรีแต่ละคนส่งรายชื่อมา เพราะการทำงานของรัฐมนตรีจะต้องมีคณะ พร้อมย้ำขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติให้ดี ส่วนรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ จะมีสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย (พท.) ด้วย เราจะทำงานเป็นทีม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 6 เมษายน มีมติแต่งตั้ง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วนั้น หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น จะมีการแต่งตั้งรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เพิ่มอีก 2 คน มีทั้งโควตาของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และโควตาพรรคเพื่อไทย (พท.) ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย จะเสนอชื่อ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ใน ครม.อนุทิน 1 เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ใน ครม.อนุทิน 2 ต่อ
ขณะที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อ ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ในโควตาพรรค

