กรมการค้าภายในเปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นถึงลิตรละ 50 บาท ส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 44.4% โดยเฉพาะในกลุ่มปุ๋ยเคมี ล่าสุดได้มีการสั่งเบรกผู้ประกอบการที่ขอปรับราคาน้ำมันปาล์ม สบู่ และแชมพู พร้อมทั้งเดินหน้าแคมเปญ “ธงฟ้า-ไทยช่วยไทย” ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนอย่างเร่งด่วน

ผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซล

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนของสินค้าใน 5 หมวดหลัก ได้แก่:

  • ปัจจัยการเกษตร: เพิ่มขึ้นสูงสุด 44.4%
  • ของใช้ประจำวัน: เพิ่มขึ้น 1.4-16.2%
  • อาหารและเครื่องดื่ม: เพิ่มขึ้น 1.6-12.1%
  • วัสดุก่อสร้าง: เพิ่มขึ้น 1.5-2.1%
  • อาหารสด: เพิ่มขึ้นต่ำสุดที่ 0.7-3.2%

อย่างไรก็ตาม นายวิทยากรยืนยันว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซลจะไม่ส่งผลให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นในทันที เนื่องจากต้องพิจารณาโครงสร้างราคาและปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย

มาตรการควบคุมราคา

กรมการค้าภายในได้เบรกการปรับราคาในสินค้า 15 รายการที่ต้องขออนุญาตก่อน รวมถึงน้ำมันปาล์มที่มีการยื่นขอปรับราคา 4 รายการ โดยกรมฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบต้นทุนและสต็อก

ปุ๋ยเคมีและเม็ดพลาสติก

สำหรับปุ๋ยเคมี แม้ว่ายังไม่มีการขอปรับราคา แต่ต้นทุนปุ๋ยยูเรียในตลาดโลกได้พุ่งสูงขึ้น ขณะที่เม็ดพลาสติก ซึ่งเพิ่งประกาศเป็นสินค้าควบคุม กรมฯ จะเน้นกำกับดูแลการผลิตที่กระทบประชาชนโดยตรง

โครงการช่วยเหลือประชาชน

เพื่อบรรเทาค่าครองชีพ กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” โดยร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าและผู้ผลิตรายใหญ่จัดจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ พร้อมทั้งจัดโครงการธงฟ้าในรูปแบบต่างๆ เพื่อกระจายสินค้าจำเป็นเข้าสู่ชุมชน