นางเจิ้ง ลี่เหวิน ประธานพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) พรรคฝ่ายค้านหลักของไต้หวัน เดินทางถึงนครเซี่ยงไฮ้เพื่อเริ่มต้นการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเวลา 6 วัน นับเป็นการเยือนจีนของผู้นำพรรคในรอบเกือบ 10 ปี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้าง "สันติภาพ" ระหว่างช่องแคบ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองและทหารที่พุ่งสูงขึ้น
นางเจิ้งถือเป็นผู้นำพรรค KMT คนแรกที่เดินทางเยือนจีนนับตั้งแต่ปี 2016 โดยเธอมีกำหนดการเยือนนครเซี่ยงไฮ้ เมืองหนานจิง และกรุงปักกิ่ง ซึ่งคาดว่าเธอจะเข้าพบประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ก่อนที่เธอจะมีกำหนดการเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาในลำดับถัดไป
นางเจิ้งซึ่งรับตำแหน่งประธานพรรคก๊กมินตั๋งเมื่อปีที่แล้ว กล่าวว่าเธอตอบรับคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงด้วยความยินดี และหวังที่จะเป็น "สะพานเชื่อมสันติภาพ" หลังจากจีนตัดการสื่อสารบางส่วนกับไต้หวัน หลังจากนางไช่ อิงเหวิน จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีไต้หวันเมื่อปี 2016 โดยอ้างว่านางไช่ปฏิเสธที่จะสนับสนุนแนวคิดเรื่องจีนเดียว
ก่อนออกเดินทาง นางเจิ้งได้แถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคในนครไทเป โดยระบุว่าไต้หวันต้องทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงคราม "ความปรารถนาดีต้องถูกสร้างขึ้น และความไวเนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันจำเป็นต้องขยายออกไปทีละก้าวจากทั้งสองฝ่าย" เธอกล่าวเสริมว่าการเยือนครั้งนี้มุ่งเน้นที่เสถียรภาพ ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นการจัดซื้ออาวุธตามที่ฝ่ายรัฐบาลกังวล
การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่สภาไต้หวันซึ่งฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก กำลังติดหล่มในการพิจารณางบประมาณป้องกันประเทศมูลค่า 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 1.27 ล้านล้านบาท) โดยนางเจิ้งคัดค้านงบประมาณดังกล่าวและยืนยันว่า "ไต้หวันไม่ใช่ตู้เอทีเอ็ม" พร้อมเสนอแผนของพรรค KMT ที่จะจัดสรรงบเพียง 3.8 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวันสำหรับการซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ แทน
...
ทางด้านหน่วยงานนโยบายกิจการจีนของรัฐบาลไต้หวัน ออกโรงเตือนว่า จีนอาจใช้การเยือนครั้งนี้เป็นเครื่องมือในการ "ตัดขาดการจัดซื้ออาวุธและความร่วมมือทางทหารระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ" ซึ่งเป็นหลักประกันความมั่นคงหลักของไต้หวัน
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเนื่องจากสหรัฐฯ กำลังกดดันให้ฝ่ายค้านไต้หวันสนับสนุนงบประมาณซื้ออาวุธเพื่อป้องกันการโจมตีจากจีน ขณะที่ภายในพรรค KMT เองก็มีความเห็นแตกเป็นสองฝ่าย ระหว่างกลุ่มที่ต้องการกระชับมิตรกับจีนตามแนวทางของนางเจิ้ง กับกลุ่มสายกลางที่มองว่าไต้หวันจำเป็นต้องมีงบประมาณกลาโหมที่สูงกว่านี้เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น
การเยือนของนางเจิ้งเกิดขึ้นเพียงหนึ่งเดือนก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะมีกำหนดการพบปะกับสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งประเด็นการขายอาวุธให้ไต้หวันเป็นหนึ่งในเรื่องที่จีนแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงมาโดยตลอด โดยนางเจิ้งทิ้งท้ายว่า ไต้หวันไม่จำเป็นต้อง "เลือกข้าง" ระหว่างจีนและสหรัฐฯ แต่ต้องรักษาสมดุลเพื่อความปลอดภัยของประชาชนนั่นเอง.
ที่มา AFP