"โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศกร้าวว่าการทำลายล้างเพิ่งเริ่มต้น ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน ทั้งโรงไฟฟ้าและสะพานเพิ่มอีก หลังปิดช่องแคบฮอร์มุซนานนับเดือนทำน้ำมันโลกพุ่ง ด้านผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเตือนระวัง "อาชญากรรมสงคราม" ขณะที่ยูเอ็นเตรียมลงมติคุ้มครองการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า กองทัพสหรัฐฯ "ยังไม่ได้เริ่มทำลายสิ่งที่เหลืออยู่ในอิหร่านด้วยซ้ำ" โดยระบุว่าเป้าหมายถัดไปคือสะพานและโรงไฟฟ้า พร้อมกดดันให้ผู้นำอิหร่านเร่งตัดสินใจยุติความขัดแย้งโดยเร็ว

คำขู่นี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบถล่มสะพาน B1 ซึ่งเป็นสะพานที่สูงที่สุดในตะวันออกกลางและกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บเกือบ 100 คน ซึ่งนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โต้กลับทันทีว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนจะไม่สามารถบังคับให้อิหร่านยอมจำนนได้

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศกว่า 100 ราย ออกมาแสดงความกังวลอย่างรุนแรงว่า พฤติกรรมของกองทัพสหรัฐฯ และคำสัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงคำพูดของทรัมป์ที่ระบุว่าโจมตี "เพื่อความสนุก" อาจเข้าข่ายการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและเป็นอาชญากรรมสงคราม

สงครามที่ยืดเยื้อมากว่า 5 สัปดาห์ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลกถูกปิดตัวลงอย่างสิ้นเชิง ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ โดยราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องจากความกังวลว่าสหรัฐฯ ไม่มีแผนเปิดช่องแคบที่ชัดเจน ขณะที่เอเชียและยุโรปเริ่มเผชิญภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงและเศรษฐกิจชะลอตัว ส่วนสหประชาชาติเตือนว่าแอฟริกาอาจเกิดวิกฤตค่าครองชีพครั้งใหญ่จากภาวะเศรษฐกิจโลกหยุดชะงัก

...

ในวันที่ 4 เม.ย.นี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เตรียมลงมติตามข้อเสนอของบาห์เรนเพื่อคุ้มครองเรือพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม "จีน" ได้แสดงท่าทีคัดค้านอย่างชัดเจนต่อการอนุญาตให้ใช้กำลังทหาร โดยระบุว่าจะทำให้สถานการณ์บานปลายจนคุมไม่อยู่

ขณะเดียวกัน อิหร่านได้เสนอแผนเก็บ "ค่าธรรมเนียม" ผ่านทาง ซึ่งทางสหภาพยุโรป นำโดย คายา คัลลาส หัวหน้านโยบายต่างประเทศ ออกมาปฏิเสธทันทีว่ากฎหมายระหว่างประเทศไม่ยอมรับระบบการเรียกเก็บเงินเพื่อขอทางผ่านเช่นนี้

ด้านสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ หรือ ไอเอฟอาร์ซี รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายพันรายและบาดเจ็บอีกนับหมื่นทั่วตะวันออกกลาง ขณะนี้เวชภัณฑ์กำลังขาดแคลนอย่างหนัก ท่ามกลางการยิงสกัดขีปนาวุธและโดรนที่เกิดขึ้นรายวันในประเทศรอบข้างอย่างคูเวต.


ที่มา Reuters