ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เตรียมสรุปมาตรการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวดิ่งต่ำเสนอ ครม. พิจารณาเร่งด่วน แนะเปิดตลาดห้าง-ปั๊ม-ไปรษณีย์ไทยระบายผลผลิต พร้อมจับตาทุนต่างชาติเช่าสวน-ตั้งล้งนอมินี 

 


วันที่ 4 เม.ย. 2569 เวลา 10.00 น. นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยถึงการลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม และราชบุรี เพื่อรับฟังปัญหาเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม และร่วมหารือแนวทาง และแก้ไขปัญหากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ พบว่าปัญหาที่วิกฤตที่สุดคือราคามะพร้าวตกต่ำ โดยเฉลี่ยเหลือเพียงลูกละ 2-3 บาทสำหรับขนาดมาตรฐาน แม้จะมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์บางแห่งที่ได้รับความช่วยเหลือจากกรมการค้าภายในให้รับซื้อได้ในราคา 5 บาท แต่ก็ยังเป็นเพียงส่วนน้อย และเกษตรกรส่วนใหญ่ยังต้องเผชิญกับราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนซึ่งมาตรการเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการคือการใช้ 5 จังหวัดเป้าหมาย  ได้แก่ นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และ สงขลา เป็นโมเดลในการแก้ไขปัญหา ทั้งมาตรการร่วมและมาตรการเฉพาะพื้นที่ โดยจะมุ่งเน้นการเปิดช่องทางการตลาดใหม่ ๆ เช่น การผลักดันให้นำมะพร้าวไปวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า (Modern Trade) อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ชั่วคราว รวมถึงมีข้อเสนอให้ประสานความร่วมมือกับ ปตท. เพื่อนำมะพร้าวไปแจกหรือจำหน่ายคู่กับน้ำดื่มในปั๊มน้ำมันทั่วประเทศในช่วงที่ราคาตกต่ำเพื่อช่วยระบายผลผลิต และความร่วมมือในการรับจำหน่ายโดยบริษัทไปรษณีย์ไทย


นายทรงศัก กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ต้องสนับสนุนให้วิสาหกิจชุมชน กลุ่มสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตร แปลงใหญ่ และกลุ่มเกษตรกรอื่นๆ สามารถรับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกรในราคาที่สูงขึ้น ทั้งนี้ขอให้กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในและจังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดราชบุรี และจังหวัดที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำแผนงานและดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรโดยเร็วที่สุด รวมทั้งเร่งรัดการยกระดับคุณภาพมาตรฐาน การแก้ไขปัญหาปุ๋ยขาดแคลนและราคาสูง การขยายตลาดใหม่ๆที่มีศักยภาพ การส่งเสริมขีดความสามารถของผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยตลอดห่วงโซ่การผลิต

...

“สำหรับข้อกังวลอย่างมากเกี่ยวกับโครงสร้างห่วงโซ่การผลิตที่มีกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามามีบทบาทและอิทธิพล ทั้งการตั้งโรงคัดบรรจุ หรือแม้กระทั่งการเช่าและซื้อสวนมะพร้าวในลักษณะนอมินี ซึ่งได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกันตรวจสอบตลอดห่วงโซ่เพื่อปิดช่องว่างทางกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบปัญหาน้ำมะพร้าวปลอมที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสินค้าไทย ซึ่งปัจจุบันยังขาดตัวชี้วัดทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนและอำนาจทางกฎหมายในการสั่งให้หยุดการผลิตในทันที” นายทรงศัก กล่าว

ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการขยายตลาดต่างประเทศต้องอาศัยกลไกของ “ทีมไทยแลนด์” ทั้งกระทรวงต่างประเทศ พาณิชย์ และเกษตรฯ เพื่อหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพนอกเหนือจากตลาดเดิม เช่น สเปน เยอรมนี ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง โดยหัวใจสำคัญคือการยกระดับมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) ซึ่งเป็นที่ยอมรับระดับสากล แต่ปัจจุบันการรับรองยังล่าช้าไม่ทันต่อความต้องการ จึงต้องเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจรับรองมาตรฐาน รวมถึงการส่งเสริมมาตรฐานออร์แกนิคและ USDA (U.S. Department of Agriculture) เพื่อเจาะตลาดระดับบน   ทั้งนี้ ตนจะเร่งสรุปปัญหาและมาตรการข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาทั้งหมดเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการโดยเร็ว ควบคู่กับการหารือร่วมกับกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ เพื่อวางแนวทางบูรณาการแก้ปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน