“บิ๊กดุลย์” เยี่ยมชมอาวุธยุทโธปกรณ์ฝีมือคนไทย พร้อมสั่งยกระดับโดรนทัพบกเทียบชั้นสากล และสานต่อนโยบายประหยัดพลังงาน “บิ๊กเล็ก”
วันที่ 6 เมษายน 2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปการดำเนินงานของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ถือเป็นการลงพื้นที่หน่วยงานในสังกัดเป็นแห่งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์และนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

ภายในงานมีการจัดแสดงยุทโธปกรณ์สำคัญที่ไทยพัฒนาขึ้นเองและอยู่ระหว่างการจัดหา ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ทางยุทธวิธี หุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด ระบบจรวดหลายลำกล้อง ตลอดจนอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ซึ่งพลโทอดุลย์ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ โดยสอบถามถึงการนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ในช่วงสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนในอดีต พร้อมทั้งมีแนวคิดที่จะบูรณาการร่วมกับ “ฝูงบินฟินิกซ์” ของกองทัพบก ซึ่งปัจจุบันมีการฝึกอบรมนักบินทหารไปแล้วกว่า 400 นาย เพื่อให้เกิดการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งในมิติด้านความมั่นคงและการบรรเทาสาธารณภัยในภาพเดียวกัน
...

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เน้นย้ำถึงนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้กองทัพพึ่งพาตนเองได้ในระดับสากล โดยระบุว่าปัจจุบันสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศสามารถวิจัยและพัฒนาเครื่องกระสุนและโดรนที่นำไปใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงแนวทางการรับมือวิกฤตพลังงานตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมจะดำเนินตามแนวทางที่ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตรมว.กลาโหม เคยได้วางรากฐานไว้ โดยเฉพาะมาตรการประหยัดพลังงานและการให้หน่วยงานที่เหมาะสมดำเนินการทำงานที่บ้าน (Work from Home) ส่วนกรณีราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจนอาจส่งผลกระทบต่อยุทธปัจจัยของกองทัพนั้น พลโทอดุลย์ระบุว่าเนื่องจากตนเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง จึงขอเวลาตรวจสอบรายละเอียดและประเมินผลกระทบต่อภารกิจต่างๆ อย่างรอบคอบก่อนจะสรุปมาตรการรับมือในลำดับต่อไป