“เอกนัฏ” เผย ลดราคาหน้าโรงกลั่น 2 บาท อาจทำให้ราคาดีเซล B7 และ B20 หน้าปั๊มลดลง 2.14 บาท ลั่น โรงกลั่นทั้ง 6 โรงต้องช่วยกัน หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีโทษทั้งปรับและจำคุก
วันที่ 7 เม.ย.2569 เวลา 13.30 น. ที่กระทรวงพลังงาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. เพื่อกำหนดมาตรการ จัดการปัญหาค่าการกลั่นและราคาพลังงาน
เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 7 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตอบคำถามสื่อมวลชนหลังแถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมีมติลดราคาหน้าโรงกลั่น น้ำมันดีเซล B7 และ B20 โดยผู้สื่อข่าวถามว่าหากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จะพิจารณาและสามารถประกาศราคาหน้าปั๊มได้ทันก่อนวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายนหรือไม่ นายเอกนัฏ ระบุว่าจะพยายาม เพราะตนเองทำหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน และได้หารือกับปลัดกระทรวงพลังงานว่า จากนี้ไปการสื่อสารของ กบน. ไม่จำเป็นต้องรอราคาของตลาดน้ำมันสิงคโปร์ตอนเย็นก็ได้ สามารถขยับเวลาขึ้นมาได้
รมว.พลังงาน ระบุต่อไปว่า วันพรุ่งนี้ (8 เมษายน) ก็จะมีการเตรียมประชุมลดราคาหน้าปั๊ม ซึ่งหากลดหน้าโรงกลั่น 2 บาท จะทำให้ราคาน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ลดลงหน้าปั๊ม 2 บาทกับอีก 14 สตางค์ ซึ่งเป็นราคาหน้าโรงกลั่น รวมกับภาษี แต่แนวโน้มอาจจะลด B20 ได้มากกว่า B7 เพราะมีคนใช้มากกว่า

...
ทางด้านคำถามว่า วันนี้มีโรงกลั่นไหนที่มาและไม่มาบ้าง นายเอกนัฏ ตอบว่า หาก กบน. มีมติที่ออกมา โรงกลั่นมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และฝากสื่อไปรอคำแถลงของโรงกลั่น เดี๋ยวก็จะรู้เอง พร้อมย้ำว่าน้ำมันทุกหยดจากทุกโรงกลั่นในประเทศไทย B7 และ B20 โรงกลั่นขายได้ถูกลง 2 บาท ลดลง 2 บาท หากโรงกลั่นไหนไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ซึ่งมีโทษทั้งปรับและจำคุก
ทั้งนี้ ยืนยันว่ามีกฎหมายรองรับชัดเจน และได้มีการปรึกษากฤษฎีกาแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ประเทศไทยในตอนนี้ประสบปัญหา ไม่ได้อยู่ในสภาวะปกติ จะใช้กลไกปกติในการกำหนดราคาพลังงานไม่ได้ เมื่อสอบถามต่อ หากราคาน้ำมันในประเทศไทยลดลง จะมีการลักลอบนำไปขายในต่างประเทศหรือไม่ นายเอกนัฏ ตอบกลับว่า “ก็จับครับ และทีมสุดซอยก็อยู่ครบ พร้อมห้ามกักตุน”
ในช่วงท้ายเมื่อถามว่า วันนี้มีมาตรการนี้แล้ว น้ำมันทุกหยดของทุกโรงกลั่นจะต้องใช้มาตรการนี้ใช่หรือไม่ ไม่ว่าใครจะมาหรือไม่มาประชุม นายเอกนัฏ กล่าวว่า ก็ยังเจรจากันอยู่ เดี๋ยวใครแสดงท่าทีอย่างไรก็รู้เอง ก่อนยกตัวอย่างว่า เช่น เรามีโรงกลั่น 6 โรง มี 3 โรงกลั่นที่ยินดีช่วย แต่อีก 3 โรงกลั่นไม่ทำตาม นั่นแปลว่าเราต้องเอาเงินของคนที่เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศ ยินดีที่จะช่วยในยามวิกฤติจำนวน 3 โรงกลั่น มารับผิดชอบภาระอีก 3 โรงกลั่นที่ไม่สนใจใยดีเลยหรือ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการจึงคิดว่านี่คือมาตรการที่เป็นธรรมที่สุดแล้ว ทุกโรงกลั่นทั้ง 6 โรงต้องช่วยกัน.
