รัฐบาลไทยได้ออกมาเชิญชวนประชาชนให้ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อสำรองให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีความจำเป็นเร่งด่วนในการเก็บสำรองโลหิตสำหรับผู้บาดเจ็บ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้แจ้งความต้องการโลหิตเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนเพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดน

ผู้ที่มีความพร้อมสามารถบริจาคโลหิตได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์ โดยเปิดให้บริการในวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 07.30–19.30 น. และวันเสาร์–อาทิตย์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30–15.30 น. รองรับการบริจาคได้วันละกว่า 1,500 คน

เพื่อความสะดวกและลดความแออัด ผู้ที่ต้องการบริจาคสามารถลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้าได้ที่ เว็บไซต์นี้. นอกจากนี้ ขอความร่วมมือผู้บริจาคใช้รถสาธารณะ เนื่องจากพื้นที่จอดรถมีจำกัดจากการก่อสร้างอาคารใหม่

สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด ยังสามารถบริจาคได้ที่ภาคบริการโลหิตแห่งชาติทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ และหน่วยบริการโลหิตประจำจังหวัดต่าง ๆ เช่น นครสวรรค์ พิษณุโลก และนครราชสีมา

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า การบริจาคโลหิตครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตผู้คน แต่ยังเป็นการสนับสนุนภารกิจของโรงพยาบาลในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 256 4300