อิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์และนิคมอุตสาหกรรมของอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ ขณะเดียวกันก็โจมตีรถของสื่อมวลชนในเลบานอน ทำให้มีนักข่าวเสียชีวิต 3 ศพแล้ว

เมื่อ 28 มี.ค. 2569 อิสราเอลโจมตีเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ต่อโรงงานนิวเคลียร์และนิคมอุตสาหกรรมของอิหร่าน หลังจากขู่ว่าจะ “ยกระดับและขยายวง” การโจมตีในกรุงเตหะราน โดยทั้งสองฝ่ายแทบไม่มีทีท่าว่าจะอดกลั้น แม้จะมีความพยายามทางการทูตเกิดขึ้นก็ตาม

ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่า อิสราเอลโจมตีโรงงานเหล็กสองแห่งเมื่อคืนวันศุกร์ รวมถึงแห่งหนึ่งในจังหวัดคูเซสถานทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่านซึ่งมีการใช้สารกัมมันตรังสี ขณะที่โรงงานผลิตน้ำมวลหนักในเมืองอารัก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลูโตเนียมที่สำคัญของอิหร่านก็ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน

สื่ออิหร่านรายงานว่า พบผู้เสียชีวิต 1 ศพ จากการโจมตีของอิสราเอลที่นิคมอุตสาหกรรมเหล็กในเมืองอิสฟาฮาน นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่สองแห่งที่ส่งกระแสไฟฟ้าให้โรงงานดังกล่าวก็ได้รับความเสียหายด้วย

ด้านสำนักงานปรมาณูของอิหร่านระบุว่า โรงงานในจังหวัดแยซด์ซึ่งผลิต “เยลโลว์เค้ก” (yellowcake) หรือผงยูเรเนียมเข้มข้นที่ใช้สำหรับเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีเช่นกัน แต่ยืนยันว่าไม่มี “การรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีออกสู่ภายนอกสถานประกอบการ”

นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่าอิหร่านจะทำให้ผู้โจมตี “ชดใช้ด้วยราคาที่แสนแพง” หลังการโจมตีครั้งนี้

ในขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นของเลบานอนรายงานว่า มีนักข่าว 3 คนเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลที่พุ่งเป้าไปยังรถของสื่อมวลชนทางตอนใต้ของประเทศ

นายอาลี ชูเอบ ผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ Al Manar ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ดำเนินการโดยกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ พร้อมด้วยผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว Al Mayadin ชื่อ ฟาติมา และ โมฮาเหม็ด เฟโตนี เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในเมืองเจซซีน (Jezzine)

...

ประธานาธิบดีโจเซฟ อาวุน แห่งเลบานอน ประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็น “อาชญากรรมอย่างโจ่งแจ้ง” และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่ระบุว่า นักข่าวควรได้รับการคุ้มครองในระหว่างสงคราม

ทางด้านกองทัพอิสราเอลยืนยันว่าได้สังหาร อาลี ชูเอบ ในการโจมตีจริง แต่กล่าวหาว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ปลอมตัวมาเป็นนักข่าว


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cnn , bbc