วันที่ 25 ธันวาคม 2568 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จัดพิธีต้อนรับเครื่องบินแบบแอร์บัส A321neo เครื่องหมายสัญชาติ HS-TOA นามพระราชทาน “บวรรังษี” ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังออกเดินทางจาก Airbus Delivery Center เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี โดยมีนายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการบริษัทฯ พร้อมด้วยนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการบริษัทฯ นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้บริหารบริษัทฯ และแขกผู้มีเกียรติร่วมให้การต้อนรับ

เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นลำแรกจากทั้งหมด 32 ลำที่บริษัทฯ ได้รับมอบจากแอร์บัส และเป็นหนึ่งใน 10 ลำแรกที่จะใช้ปฏิบัติการบินโดยการเช่าดำเนินงาน (Operating lease) จาก AerCap ผู้ให้เช่าเครื่องบินรายใหญ่ของโลก แสดงถึงความร่วมมือด้านการจัดการฝูงบินในระดับสากลนายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “การรับมอบ A321neo ลำแรกสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของการบินไทยในการเสริมสร้างศักยภาพฝูงบินและความแข็งแกร่งด้านกลยุทธ์เครือข่ายเส้นทางบิน (Network Strategy) เพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการและรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เครื่องบิน A321 neo มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

...





การพัฒนาเหล่านี้ตอกย้ำแนวทางของการบินไทยในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ เครื่องบินรุ่นใหม่นี้จะช่วยให้เราดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในเส้นทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”แอร์บัส A321 neo เป็นเครื่องบินลำตัวแคบทางเดินเดียว รุ่นใหม่ในตระกูล A320 ติดตั้งเครื่องยนต์ CFM LEAP-1A ที่มีคุณสมบัติเด่นคือลดการใช้เชื้อเพลิงลงและทำงานเงียบขึ้น ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อที่นั่งได้สูงสุด 20% และได้รับการรับรองให้สามารถใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ได้สูงสุด 50% นอกจากนั้น ห้องโดยสารสามารถรองรับผู้โดยสารได้ทั้งหมด 175 ที่นั่ง แบ่งเป็นที่นั่งชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) จำนวน 16 ที่นั่ง ออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายในระดับเดียวกับเครื่องบินลําตัวกว้าง ด้วยที่นั่งแบบ Fully-Flat bed ปรับเอนได้ 180 องศา พร้อมพื้นที่ระหว่างที่นั่งที่กว้างขึ้น ในขณะที่ที่นั่งชั้นประหยัดมีจำนวน 159 ที่นั่ง ออกแบบที่นั่งตามหลักสรีรศาสตร์ ปรับเอนได้ 110 องศา และที่พักศีรษะสามารถปรับได้ 6 ทิศทาง 

...


ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทยผสานความเป็นสากลร่วมสมัย ถ่ายทอดผ่านองค์ประกอบ เช่น รูปแบบที่นั่ง ผ้าม่าน และผนังห้องโดยสาร พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทางด้วยระบบความบันเทิง (IFE) ในทุกที่นั่งหน้าจอระบบสัมผัสความละเอียดระดับ 4K รองรับการเชื่อมต่อหูฟัง Bluetooth เสริมความสะดวกสบายด้วยที่เก็บสัมภาระแบบ Airspace XL Bins เพิ่มความจุสูงสุด 40% รวมถึงระบบแสงไฟ Welcome Ceiling และ Cabin Mood Lighting เพื่อสร้างบรรยากาศตลอดการเดินทางทั้งนี้ เครื่องบินแบบ Airbus A321neo ของบริษัทฯ มีแผนปฏิบัติการบินในเส้นทางภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีกำหนดทำการบินเที่ยวบินแรกในวันที่ 22 มกราคม 2569 เส้นทาง กรุงเทพฯ  – สิงคโปร์ – กรุงเทพฯการบินไทยยังคงเดินหน้าพัฒนาฝูงบินและยกระดับการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดแก่ผู้โดยสารทั่วโลก

...


...


Airbus A321 neo มีสมรรถนะการบินที่โดดเด่นด้วยอัตราการประหยัดน้ำมัน (ลดลง 20%) พิสัยบินไกลขึ้น (เพิ่มได้ถึง 900 กม. หรือ 500 ไมล์ทะเล) และรองรับน้ำหนักบรรทุกได้มากขึ้น (เพิ่มได้ 2 ตัน) ด้วยเครื่องยนต์ประหยัดเชื้อเพลิงและปีก Sharklet มีหลายรุ่นย่อยเช่น LR (Long Range) และ XLR (Extra Long Range) ที่มีพิสัยบินไกลมาก ทำให้สามารถเปิดเส้นทางบินระยะไกลที่เคยใช้เครื่องลำตัวกว้างได้ เป็นเครื่องบินลำตัวแคบที่บินได้ไกลที่สุดในโลก และยังลดผลกระทบทางเสียงลงด้วย. 

คุณสมบัติและสมรรถนะหลัก:

ประหยัดเชื้อเพลิง: ลดการใช้เชื้อเพลิงต่อที่นั่งได้ถึง 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า (A320ceo).

พิสัยการบิน: เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยรุ่น A321neo LR/XLR สามารถบินได้ไกลขึ้นเป็น 4,700 ไมล์ทะเล (8,700 กม.) ทำให้สามารถทำการบินข้ามทวีปได้.

น้ำหนักบรรทุก: เพิ่มความสามารถในการบรรทุกสัมภาระได้ถึง 2 ตัน.

เทคโนโลยีปีก: ใช้ปีกแบบ "Sharklet" (ปลายปีกโค้ง) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์.

เครื่องยนต์: ใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงาน.

ความจุ: รองรับผู้โดยสารได้ 180-220 ที่นั่ง (ขึ้นอยู่กับการจัดวาง).

การปรับปรุงห้องโดยสาร: ออกแบบห้องโดยสารให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพิ่มพื้นที่ และยังรองรับสินค้าได้มากขึ้น. 




รุ่นย่อยที่สำคัญ:

A321neo: รุ่นมาตรฐานที่ประหยัดและบินได้ไกลขึ้น.

A321neo LR (Long Range): เพิ่มถังน้ำมันเสริมเพื่อพิสัยการบินที่ไกลขึ้น (ประมาณ 4,000 ไมล์ทะเล).

A321neo XLR (Extra Long Range): พิสัยบินไกลที่สุดในตระกูล (4,700 ไมล์ทะเล หรือ 8,700 กิโลเมตร) ทำให้เป็นเครื่องบินลำตัวแคบที่บินได้ไกลที่สุด เหมาะสำหรับเส้นทางบินระยไกล

โดยรวมแล้ว A321neo เป็นเครื่องบินที่คุ้มค่าสำหรับสายการบินที่ต้องการขยายเส้นทางบินระยะสั้นถึงกลางและเริ่มเส้นทางบินระยะไกล โดยใช้เครื่องบินลำตัวแคบที่ประหยัดต้นทุนมากกว่าเครื่องบินลำตัวกว้าง. 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]   
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358