เปิดประวัติ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” อดีตคนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ก่อตั้งพรรคกล้า สู่แคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ ล่าสุดขยับเป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ หลัง “พีระพันธุ์” ยื่นลาออก


วันที่ 11 มีนาคม 2569 จากกรณีการรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่เหลืออยู่ 1 คน จากจำนวน 499 คน ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่มารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ล่าสุดวันนี้ นายพีระพันธุ์ แจ้งยื่นลาออกจากการเป็น สส. ซึ่งลำดับที่จะขยับถัดมาในบัญชีรายชื่อคือลำดับที่ 3 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เนื่องจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 2 คน จากผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 ส่วนลำดับที่ 2 เข้ารายงานตัวแล้วคือ นายชัชวาลล์ คงอุดม

สำหรับ นายอรรถวิชช์ ยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ของพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง พรรคได้เปิดสโลแกนพรรค “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” โดยมีนโยบายที่น่าสนใจคือ ยกเลิก MOU 43-44 สร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา รับเบี้ยเลี้ยงออกรบ 200,000 บาท และหากเกณฑ์ทหารสมัครใจรับไปเลย 30,000 บาท

ประวัติ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

สำหรับ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี มีชื่อเล่นว่า เอ๋ เกิดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2521 เป็นบุตรของนายสมพงศ์ สุวรรณภักดี และนางภคินี สุวรรณภักดี อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และอดีต สส. หลายสมัย มีชีวิตสมรสกับ พิณ สุวรรณภักดี (นามสกุลเดิม บูรพชัยศรี) ทั้งสองคนรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีบุตรด้วยกัน 2 คน

...

ประวัติการศึกษา อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เรียนจบมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนเซนต์คาเบรียล จบปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท กฎหมายการเงินและการธนาคาร (LL.M.) จาก Boston University สหรัฐอเมริกา

เส้นทางทางการเมือง อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

นายอรรถวิชช์ เคยเป็น ข้าราชการกระทรวงการคลัง ทำงานที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รับผิดชอบงานด้านกฎหมายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

จากนั้นในปี 2550 ได้เริ่มเข้าสู่การเมืองในนามพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกตั้งเป็น สส. กรุงเทพมหานคร เขตจตุจักร-หลักสี่ ในวัยเพียง 29 ปี เป็นนักการเมืองที่มีบทบาทโดดเด่นจากการเป็นคนรุ่นใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่รู้จักจากการทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่ดุดันในสภา โดยเฉพาะการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวและการอภิปรายเรื่องงบประมาณ

ต่อมาในปี 2563 ได้ตัดสินใจลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมกับ นายกรณ์ จาติกวณิช เพื่อก่อตั้ง “พรรคกล้า” โดยดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพรรค เน้นชูสโลแกน “ปฏิบัตินิยม” และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยี ต่อมาพรรคกล้าได้รวมตัวกับพรรคชาติพัฒนา เปลี่ยนชื่อเป็น “พรรคชาติพัฒนากล้า” และได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นรองหัวหน้าพรรค เมื่อนายกรณ์ จาติกวณิช ลาออกจากพรรคชาติพัฒนากล้า จึงได้มาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติและได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

จนล่าสุด นายอรรถวิชช์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 2 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีหน้าที่รับผิดชอบนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรค เพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง