“ธรรมนัส” บอก ได้เบอร์ 42 เป็นมงคลสำหรับพรรคกล้าธรรม สมาชิกมีกำลังใจเดินหน้าหาเสียง เตรียมจัดปราศรัย 17 เวที ทั่วกรุงเทพฯ 

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรม กล่าวภายหลังพรรคกล้าธรรมได้หมายเลข 42 ว่า ได้หมายเลขนี้ เป็นหมายเลขที่พอใจ ส่วนพรรคการเมืองใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน คาดว่าพี่น้องประชาชนคงรู้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นหมายเลขของพรรควันนี้เราคุยกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนางปวีณา หงสกุล ก็มองว่าเราได้อะไร ก็ล้วนเป็นเลขมงคลสำหรับพรรคเรา ซึ่งทำให้ทุกคนในพรรคมีกำลังใจในการเดินหน้าต่อ

โดยหลังจากนี้จะมีแผนในการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนรวมทั้งการจัดเวทีปราศรัย 17 เวทีทั่วกรุงเทพฯ โดยจะให้ทางหัวหน้าพรรคและประธานยุทธศาสตร์ดำเนินการวางแผน ส่วนสิ่งที่เป็นห่วง ต้องบอกว่าไม่ได้เป็นการหลีกเลี่ยงเวทีปราศรัยต่างๆ เนื่องจากตนเป็นนักการเมืองที่มองว่ายังคงมีความจำเป็นที่จะต้องออกหาเสียงเพื่อสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ดังนั้นเวทีต่างๆ ที่เชิญมา อาจจะมอบหมายให้คนอื่นไป

ขณะที่นางปวีณา หงสกุล ได้ย้ำว่าสำหรับหมายเลขที่ได้มองว่าเป็นเลขนำโชค และบรรยากาศการจับหมายเลขก็สนุกสนานและมีความอบอุ่นด้วย

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวเพิ่มเติมว่า เราเป็นนักปฏิบัติ หรือ นักทำ มากกว่าการพูด ซึ่งเป็นนโยบายจับต้องได้หมด ยืนยันไม่ได้เป็นการขายฝัน และเรื่องที่ผมทำมาตลอดคือเรื่องที่ดินทำกิน ให้กับพี่น้องประชาชนให้ได้มีเอกสารสิทธิถูกต้อง รวมไปถึงเรื่องการศึกษา ที่เรามุ่งเน้นว่าเมื่อเรียนแล้ว สามารถทำงานได้เลย

ส่วนด้านสังคม จึงได้เชิญนางปวีณา เข้ามาช่วยดูเรื่องสวัสดิการทางสังคม ในคนทุกเพศ ทุกวัย ตลอดจนกลุ่มเปราะบาง ดังนั้นจึงเชื่อว่า นางปวีณา มีประสบการณ์มากพอสมควรและมีจุดขาย ทั้งนี้จะเดินหน้าพัฒนาการท่องเที่ยว ทำเมืองรอง ให้เป็นเมืองหลัก นั่นเป็นเรื่องสำคัญด้วย

...

ส่วนตนกับนางนฤมล มีความชัดเจนว่าไม่ร่วมกับพรรคการเมืองที่ต่อต้านอะไรบางอย่าง ยืนยันว่าตนก็ไม่เอาด้วยเหมือนกันถ้าการเล่นการเมืองแล้ว ไม่รักษาเสาหลักของบ้านเมือง และตนก็ประกาศตัวตั้งแต่เล่นการเมืองเมื่อ 2562 ดังนั้น อะไรก็ตาม เสาหลักบ้านเมืองต้องรักษา

สำหรับที่นั่นจำนวน สส. นั้น ร.อ. ธรรมนัส บอกว่า ต้องให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจ และขึ้นอยู่กับประชาชน ซึ่งถ้าพูดออกไป มองว่ามันไวเกินไปที่จะไปตัดสินใจว่าได้กี่เสียง