การใช้โดรนใต้น้ำ (UUV) ของกองทัพอิหร่าน โดยเฉพาะภายใต้การกำกับดูแลของกองเรือกองพลปฏิวัติอิสลาม (IRGC Navy) มีวัตถุประสงค์หลักที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การรบแบบอสมมาตร (Asymmetric Warfare) เพื่อชดเชยความเสียเปรียบด้านเทคโนโลยีและจำนวนเรือรบขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับกองทัพเรือสหรัฐฯ หรือชาติพันธมิตร

วัตถุประสงค์เชิงยุทธวิธีและยุทธศาสตร์ที่สำคัญ 

การปฏิเสธพื้นที่ทางทะเล (Area Denial - A2/AD)

อิหร่านต้องการควบคุมและปิดกั้นการเข้าถึงพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก

การซุ่มโจมตี UUV สามารถกบดานอยู่ใต้น้ำได้นานหลายวันเพื่อรอจังหวะโจมตีเรือรบหรือเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านเข้ามา

ทุ่นระเบิดเคลื่อนที่ ใช้โดรนใต้น้ำทำหน้าที่เป็นทุ่นระเบิดที่สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้เอง (Smart Mines) ทำให้การกวาดล้างทุ่นระเบิดของฝ่ายตรงข้ามทำได้ยากขึ้นมาก

2. การโจมตีแบบรุมล้อม (Swarm Attacks)

อิหร่านพัฒนาโดรนใต้น้ำให้มีราคาถูกและผลิตได้ในปริมาณมาก เพื่อใช้ในกลยุทธ์ "Mosquito Fleet"

สร้างความสับสน การปล่อย UUV จำนวนมากพร้อมกับเรือเร็วและโดรนอากาศ จะทำให้ระบบป้องกันของเรือรบฝ่ายตรงข้ามเกิดภาวะ "Overload" หรือรับมือไม่ทัน

การโจมตีพลีชีพ (Kamikaze) โดรนใต้น้ำขนาดเล็กถูกออกแบบมาเพื่อบรรจุระเบิดและพุ่งชนใต้ท้องเรือ ซึ่งเป็นจุดที่เปราะบางที่สุดของเรือรบ

การหาข่าวและเฝ้าตรวจ (Intelligence, Surveillance, and Reconnaissance - ISR)

UUV ถูกใช้เป็นหูเป็นตาใต้น้ำในพื้นที่ที่เรือผิวน้ำเข้าไปได้ยาก

การตรวจจับโซนาร์ ใช้ติดตามการเคลื่อนไหวของกองเรือบรรทุกเครื่องบินหรือเรือดำน้ำของฝ่ายตรงข้ามโดยไม่ให้ถูกตรวจพบ

...

การส่งข้อมูลแบบ Real-time โดรนบางรุ่นสามารถลอยตัวขึ้นมาส่งข้อมูลพิกัดเป้าหมายผ่านดาวเทียม เพื่อให้ฐานยิงขีปนาวุธบนฝั่งโจมตีได้อย่างแม่นยำ

การบีบคั้นทางเศรษฐกิจและจิตวิทยา (Economic & Psychological Warfare)

การกดดันตลาดโลก เพียงแค่มีข่าวการวางโดรนใต้น้ำในเส้นทางเดินเรือ ก็เพียงพอที่จะทำให้ค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยพุ่งสูงขึ้น สร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก

สงครามตัวแทน (Proxy Warfare) อิหร่านส่งเทคโนโลยี UUV ให้กลุ่มพันธมิตรอย่างฮูตีในเยเมน เพื่อใช้โจมตีในทะเลแดง เป็นการขยายอิทธิพลและสร้างภัยคุกคามโดยที่อิหร่านไม่ต้องออกหน้าโดยตรง

การป้องกันเกาะและฐานทัพสำคัญ

อิหร่านมีเกาะยุทธศาสตร์หลายแห่งในอ่าวเปอร์เซีย (เช่น เกาะ Kish, Abu Musa) เกราะป้องกันใต้น้ำ UUV ถูกวางไว้รอบเกาะเพื่อป้องกันการยกพลขึ้นบก หรือการส่งหน่วยรบพิเศษใต้น้ำ (Navy SEALs) ของฝ่ายตรงข้ามเข้ามาแทรกซึม ในปี 2026 อิหร่านได้เริ่มนำระบบ Smart Control of Hormuz มาใช้ ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลจากโดรนใต้น้ำเข้ากับปัญญาประทัศน์ (AI) เพื่อคัดกรองเรือที่ผ่านเข้าออกช่องแคบอย่างอัตโนมัติ ความก้าวหน้าของ โดรนใต้น้ำ (Unmanned Underwater Vehicles - UUV) ของอิหร่านในปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของยุทธศาสตร์การรบทางทะเลแบบอสมมาตร (Asymmetric Warfare) โดยเน้นไปที่การล่องหนและการทำลายล้างในราคาที่ต่ำกว่าเรือรบกระแสหลักมาก ข้อมูลล่าสุดมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ 

 โดรนรุ่นเด่นและขีดความสามารถทางเทคนิค

อิหร่านได้เปิดตัวโดรนใต้น้ำหลายตระกูลที่ออกแบบมาเพื่อภารกิจที่แตกต่างกัน 

Nazir Series (Stealth UUV) 

ความสามารถในการพรางตัว ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ความจุสูง ทำให้เสียงเงียบมากจนยากต่อการตรวจจับด้วยโซนาร์ (Near-zero acoustic signature)

ความลึกและระยะเวลา สามารถปฏิบัติการได้ที่ความลึกประมาณ 200 เมตร และกบดานหรือลาดตระเวนต่อเนื่องได้นานถึง 24 ชั่วโมง

ภารกิจ ถูกนิยามว่าเป็น "Invisible Killer" เน้นการซุ่มโจมตีในพื้นที่น้ำตื้นอย่างอ่าวเปอร์เซีย

Azhdar (Heavyweight UUV)

ความเร็วและระยะ มีระยะปฏิบัติการไกลกว่า 600 กิโลเมตร และทำความเร็วได้ระหว่าง 18-25 นอต (มีรายงานว่ารุ่นถัดไปอาจทำได้ถึง 45-50 นอต)

ความทนทาน สามารถออกปฏิบัติการต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 4 วัน ทำให้สามารถเฝ้าระวังช่องแคบฮอร์มุซได้โดยไม่ต้องใช้เรือแม่สนับสนุนตลอดเวลา

...

Extra-Large UUV (XLUUV) 

อิหร่านมีการพัฒนาโดรนใต้น้ำขนาดใหญ่ (น้ำหนักบรรทุกประมาณ 120 ตัน) ที่สามารถวางทุ่นระเบิดหรือปล่อยตอร์ปิโดได้จากระยะไกล

Hybrid UUV/Torpedo (One-Way Attack)

อิหร่านได้พัฒนาอาวุธที่มีลักษณะกึ่งตอร์ปิโดและกึ่งโดรน

การทำงาน ต่างจากตอร์ปิโดทั่วไปที่เน้นความเร็วสูงแต่ระยะทางสั้น โดรนประเภทนี้จะเคลื่อนที่ช้ากว่า (ความเร็วประมาณ 3-10 นอต) เพื่อประหยัดพลังงานและลดเสียง

เทคโนโลยี มักติดตั้งเสาสัญญาณแบบพับเก็บได้ (Collapsible Mast) สำหรับรับสัญญาณ GPS หรือส่งภาพจากกล้อง Electro-optical เมื่อลอยตัวขึ้นใกล้ผิวน้ำก่อนเข้าโจมตีเป้าหมาย

การเชื่อมโยงกับกลุ่มฮูตี (Houthi Connection)

มีการตรวจพบการส่งเทคโนโลยี UUV ขนาดเล็กจากอิหร่านไปยังกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งถูกนำมาใช้โจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง โดยโดรนเหล่านี้มักมีขนาดกะทัดรัด ปล่อยจากเรือประมงได้ง่าย และยากต่อการตรวจจับด้วยโซนาร์มาตรฐานของเรือพาณิชย์

ยุทธศาสตร์การใช้งาน

กองทัพเรืออิหร่าน (IRIN) และกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ใช้โดรนเหล่านี้ในลักษณะ

...

Mobile Mines ใช้โดรนทำหน้าที่เป็นทุ่นระเบิดเคลื่อนที่ที่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้เอง เพื่อดักรอเรือบรรทุกน้ำมันหรือเรือรบศัตรู

Swarm Tactics การใช้โดรนใต้น้ำร่วมกับโดรนผิวน้ำ (USV) และโดรนอากาศยาน (UAV) เพื่อกดดันระบบป้องกันภัยของศัตรูด้วยจำนวนที่มหาศาล

Intelligence & Surveillance ลอบเข้ามาสืบหาข้อมูลในพื้นที่หวงห้ามหรือใกล้ฐานทัพเรือของฝ่ายตรงข้าม

สถานการณ์ปัจจุบัน (มีนาคม 2026)

ในช่วงเดือนมีนาคม 2026 มีรายงานว่าโดรนใต้น้ำของอิหร่านถูกนำมาใช้จริงในภารกิจสกัดกั้นและโจมตีเรือขนส่งสินค้าในพื้นที่ขัดแย้ง ซึ่งสร้างความกังวลให้กับกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ (US Fifth Fleet) จนต้องมีการนำระบบ GARC (Global Autonomous Reconnaissance Craft) และโดรนล่าทำลายทุ่นระเบิดอย่าง Ocean Aero Triton เข้ามาตอบโต้

การพัฒนา UUV เหล่านี้สอดคล้องกับการเปิดตัว เรือบรรทุกโดรน (Drone Carrier) อย่างเรือ Shahid Bahman Bagheri ที่สามารถบรรทุกและปล่อยยานไร้คนขับได้ทั้งทางอากาศ ผิวน้ำ และใต้น้ำ เพื่อขยายรัศมีทำการให้ไกลออกไปจากชายฝั่ง. 

...

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/