ในช่วงที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังหารือร่วมกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อพิจารณาแนวทางการจัดการสถานการณ์ค่าเงินบาท
สรุปผลการประชุม
- ตั้งแต่ต้นปี 2568 เงินบาทแข็งค่าขึ้นร้อยละ 9.4 เมื่อเปรียบเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่ผ่านมาแข็งค่าขึ้นร้อยละ 4.2
- การแข็งค่าของเงินบาทมีสาเหตุจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ รวมถึงการขายเงินตราต่างประเทศจากบริษัททองคำ
- ปริมาณการซื้อขายทองคำในตลาดมีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้กลุ่มบริษัททองคำทำการซื้อขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในสัดส่วนที่สูง
แนวทางการบริหารจัดการ
- กรมสรรพากรจะพิจารณาให้ผู้ให้บริการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นำส่งข้อมูลการทำธุรกรรมให้แก่กรมสรรพากร
- การพิจารณาความเหมาะสมในการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายทองคำแท่งผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
- ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณากำกับปริมาณการทำธุรกรรมทองคำ
นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ชี้แจงถึงผลกระทบของการซื้อขาย USDT ที่มีต่อค่าเงินบาทว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากปริมาณธุรกรรมดังกล่าวมีสัดส่วนน้อยมาก