โฆษก ทอ. เผยปฏิบัติการร่วมบก-อากาศ คุมบ้านหนองจาน ชี้เป้าเป็นที่มั่นทหารกัมพูชา “กรมศิลปากร” ขอประชาชนเชื่อมั่น บูรณะปราสาทตาควายได้ เผย เตรียมสำรวจโบราณสถานไม่ต่ำกว่า 30 แห่งในภาคอีสาน


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ททบ.5 พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า เป้าหมายเมื่อเช้าเป็นการปฏิบัติการร่วมทางบกและทางอากาศเพื่อควบคุมพื้นที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป้าหมายเป็นพื้นที่ทับซ้อน ที่ฝ่ายกัมพูชาได้สร้างดัดแปลงเป็นที่มั่นทางทหารและมีความเข้มแข็งมาก โดยกองทัพไทยได้เฝ้าดูอยู่หลายวัน ตรวจสอบจนแน่ชัดว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่มีพลเรือนเพราะอพยพไปหมดแล้ว จึงได้เกิดการโจมตีเป้าหมายเมื่อเช้านี้ การโจมตีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสำเร็จตามเป้าประสงค์ที่ได้กำหนดไว้ พื้นที่ดังกล่าวห่างจากเมืองปอยเปตประมาณ 25 กิโลเมตร การปฏิบัติการร่วมเป็นการดำเนินการระหว่าง 2 เหล่าทัพ เพื่อที่จะทำให้สามารถควบคุมพื้นที่บ้านหนองจานได้ในปัจจุบัน

“อยากฝากถึงฝ่ายกัมพูชาที่ไม่แสดงความจริงใจในการหยุดยิง สันติภาพคงไม่เกิด กองทัพไทยก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกเหนือจากเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารอย่างจริงจัง อย่างต่อเนื่อง และอย่างเต็มกำลังความสามารถ ในการปกป้องเอกราชอธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของชาติ คุ้มครองดูแลชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนคนไทย”

กรมศิลป์ ยันบูรณะปราสาทตาควายได้แน่นอน

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ขอยืนยันอีกครั้ง ไม่ควรมีโบราณสถานหลังใดในโลกนี้ต้องถูกทำลายจากสงคราม ด้วยเหตุนี้นานาอารยประเทศจึงมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะไม่มีการใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งของกองกำลังปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งมีหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นที่แน่ชัดว่ากัมพูชาได้ละเมิดกติกาที่เป็นสากลนี้ โดยการใช้ปราสาทตาควายเป็นพื้นที่ปฏิบัติการทหาร สะสมอาวุธและวางทุ่นระเบิด

...

ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น ทุกอย่างปรากฏขึ้นด้วยเหตุและผล สำหรับตนแล้ว ผลแห่งการทำสงครามครั้งนี้ทำให้ปราสาทได้รับความเสียหาย แต่เหตุเกิดขึ้นเพราะกัมพูชาใช้ปราสาทเป็นพื้นที่ปฏิบัติการทางทหาร เป็นที่สะสมซ่องสุมอาวุธและผู้คนเพราะฉะนั้น เหตุต้องมาก่อนถึงจะมีผล ขอให้เชื่อมั่นว่ากรมศิลปากรมีขีดความสามารถในการบูรณะโบราณสถานที่ถูกทำลายทั้งจากฝีมือมนุษย์และธรรมชาติ หากย้อนไปเมื่อ 50 ปีก่อนจากภัยธรรมชาติทำให้พระธาตุพนมหักโค่นลงมา ในช่วงนั้นวิทยาการต่างๆ ยังไม่ทันสมัย แต่กรมศิลปากรก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราได้บูรณะองค์พระธาตุพนมใหม่ให้มีความมั่นคงแข็งแรงและสวยงามได้ จึงไม่ต้องสงสัยว่าเราจะบูรณะปราสาทตาควายได้หรือไม่

“แต่มีข้อจำกัดคือกรมศิลปากรไม่มีอำนาจในการบูรณะปราสาทตาควายนอกอาณาเขตประเทศ เราจะบูรณะได้ก็ต่อเมื่อปราสาทตาควายอยู่ในประเทศไทย ทำให้พี่น้องทหารต้องเสียสละเข้าไปปักธงชัยไตรรงค์ที่ปราสาทให้ได้ ซึ่งเมื่อมีการปักธงเมื่อไหร่ กรมศิลปากรพร้อมเข้าไปบูรณะเมื่อนั้น โดยเรามีเทคโนโลยีที่จะเข้าไปบูรณะที่เสียหายกลับมาสู่สภาพเดิมได้อยู่แล้ว แต่เราไม่มีเทคโนโลยีในการชุบชีวิตคน จึงอยากให้ประชาชนแยกความสูญเสียที่เรากู้กลับคืนมาได้อย่างโบราณสถาน แต่สิ่งที่ไม่อาจกอบกู้ได้คือชีวิตทหารที่สูญเสียไป จึงจะทำอย่างไรในการให้เหตุการณ์นี้ยุติโดยเร็ว ปฏิบัติการทหารสิ้นสุดเมื่อไหร่ ปฏิบัติการของกรมศิลปากรก็จะเริ่มขึ้นเมื่อนั้น”

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ต้องการให้กรมศิลปากรทำการสำรวจโบราณสถานตามแนวชายแดนทั้งหมด ซึ่งในพื้นที่ภาคอีสานไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง สิ่งเหล่านั้นทำให้เห็นว่าสงครามในครั้งนี้ทำให้เกิดความตื่นตัวในการรักษาและบูรณะโบราณสถานของชาติเอาไว้ ยืนยันว่าขีดความสามารถของกรมนั้นมีเพียงพอที่จะบูรณะโบราณสถานที่เสียหายจากการสงครามในครั้งนี้ ก็ขอภาวนาว่าให้เหตุการณ์นี้สิ้นสุดโดยเร็ว แล้วเมื่อบูรณะปราสาทตาควายเสร็จจะทำให้เราได้สำนึกว่าสงครามนั้นไม่ได้สร้างคุณประโยชน์กับใคร ยังทำลายชีวิตและโบราณสถานซึ่งเป็นมรดกของมวลมนุษยชาติ

“ประเทศไทยและคนไทยไม่ยอมแพ้ และเราก็ไม่แพ้ตราบใดที่เรายังอยู่ ทุกอย่างเราซ่อมได้ ความงามของโบราณสถานไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์พร้อมทั้งหมด อย่างเช่นสุโขทัย อยุธยา ที่เคยเสียหายจากการสงครามจึงได้รับการประกาศว่าเป็นมรดกโลก ทั้งนี้คำพูดของผมไม่เคยมีการยั่วยุให้ทำลายโบราณสถานใดๆ ทั้งสิ้น ผมเชื่อมั่นในทหารและกองทัพว่าทำให้เสียหายน้อยที่สุดตามความจำเป็น หากทหารเลือกอาวุธที่หนักกว่านี้ปราสาทตาควายก็คงจะพังมากกว่านี้ ซึ่งจะทำให้ภารกิจมีความยุ่งยากซับซ้อนมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ขออำนวยพรให้ทหารทุกคนปลอดภัย รักษาชีวิตและสวัสดิภาพไว้ ขอให้เหตุการณ์นี้สิ้นสุดลงโดยเร็ว และกรมศิลปากรก็จะทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุด เพราะหน้าที่เราคือการรักษาไม่ใช่ทำลาย”

กัมพูชาอยู่ระหว่างรื้อเขื่อนกันคลื่น

ทางด้าน น.อ.นรา คุณโฑดม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงความคืบหน้าฝ่ายกัมพูชารื้อเขื่อนกันคลื่น บริเวณหลักเขตที่ 73 ชายแดน บ้านหาดเล็ก จ.ตราด ว่า อยู่ระหว่างดำเนินการไม่ขอพูดรายละเอียด เมื่อถามย้ำว่ายังคงอยู่ในรูปแบบเดิมหรือไม่ แค่เพียงเปิดช่องน้ำ ผู้ช่วยโฆษก ทร. ระบุว่า “เท่าที่ทราบตอนนี้ ใช่ครับ” ส่วนกระแสข่าวที่ว่า สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา สั่งไม่ให้รื้อเขื่อนกันคลื่นข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผู้ช่วยโฆษก ทร. ตอบว่า “อันนี้ผมไม่ทราบ”