ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศระงับโครงการวีซ่าผู้อพยพแบบสุ่มเลือก (Diversity Immigrant Visa Program) หรือที่เรียกกันว่า "กรีนการ์ดล็อตเตอรี" อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังจากมีการเปิดเผยว่าผู้ต้องสงสัยในการกราดยิงที่มหาวิทยาลัยบราวน์และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับกรีนการ์ดผ่านโครงการนี้
จากการสืบสวนพบว่า นายเคลาดิโอ เนเวส วาเลนเต ชาวโปรตุเกสวัย 48 ปี ผู้ต้องสงสัยที่ถูกพบเป็นศพจากการยิงตัวตาย มีประวัติการเดินทางเข้าสหรัฐฯ หลายครั้ง โดยในปี 2000 เขาได้รับวีซ่านักเรียนเพื่อศึกษาที่มหาวิทยาลัยบราวน์ แต่หยุดเรียนในปี 2001 และได้รับวีซ่าผู้อพยพจากการสุ่มเลือกในปี 2017 และสถานะผู้อยู่อาศัยถาวรในเวลาต่อมา
นางคริสตี โนเอม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ได้ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐฯ (USCIS) ได้รับคำสั่งให้หยุดโครงการนี้ตามคำสั่งของทรัมป์ โดยให้ความเห็นว่า "บุคคลที่ก่อเหตุอำมหิตเช่นนี้ ไม่ควรได้รับอนุญาตให้ก้าวเท้าเข้าสู่ประเทศของเราตั้งแต่แรก"
โครงการนี้ถูกจัดตั้งขึ้นโดยสภาคองเกรส เพื่อมอบสิทธิ์การเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรให้กับประชาชนจากประเทศที่มีอัตราการย้ายถิ่นฐานมายังสหรัฐฯ ต่ำ โดยมีการสุ่มเลือกประมาณ 50,000 รายต่อปีจากผู้สมัครทั่วโลกเกือบ 20 ล้านคน ซึ่งผู้ที่สุ่มได้จะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองประวัติและสัมภาษณ์อย่างเข้มงวดเช่นเดียวกับวีซ่าประเภทอื่น
นักวิเคราะห์มองว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการใช้เหตุโศกนาฏกรรมเพื่อผลักดันนโยบายการย้ายถิ่นฐานที่เข้มงวด โดยที่โครงการลอตเตอรี่วีซ่าถูกบัญญัติไว้ในกฎหมาย ทำให้การสั่งระงับครั้งนี้อาจถูกคัดค้านในชั้นศาล
สำหรับโครงการกรีนการ์ดล็อตโต้ปี 2025 มีผู้สมัครเข้าร่วมเกือบ 20 ล้านคน โดยมีผู้ได้รับการคัดเลือกมากกว่า 131,000 คน และพลเมืองโปรตุเกสได้รับโควต้าเพียง 38 คนเท่านั้น.