ชาวบุรีรัมย์ที่อพยพจากพื้นที่เสี่ยงภัยชายแดนแสดงความหวังว่าสถานการณ์ปะทะที่เกิดขึ้นจะสิ้นสุดลงโดยเร็ว จากการขาดรายได้ที่ยืดเยื้อมากว่า 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ต้องเผชิญกับการทวงหนี้จากบริษัทไฟแนนซ์.

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสู้รบระหว่างทหารไทยและกัมพูชายังคงดำเนินต่อไป โดยไม่มีความแน่นอนว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด ทำให้ชาวบ้านที่อพยพเข้าศูนย์พักพิงจำนวนหลายพันคนเริ่มรู้สึกเครียด.

น.ส.สิรินทร์ อายุ 40 ปี หนึ่งในผู้อพยพ กล่าวว่า เธอได้รับการติดต่อจากพนักงานไฟแนนซ์ที่โทรมาทวงค่างวดรถยนต์ ขณะที่ตนเองยังไม่สามารถกลับไปทำงานได้เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน.

น.ส.สุภาพร ซึ่งมีอาชีพทำสวนยางพารา กล่าวว่า หลังการสู้รบ เธอและสามีไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ขาดรายได้ และต้องนำเงินเก็บมาใช้จ่ายเพื่อดูแลลูกน้อย 3 คน.

นางละอองดาว ลูกจ้างร้านเสริมสวย ได้พยายามหาวิธีสร้างรายได้โดยการให้บริการทำเล็บในศูนย์พักพิง เพื่อช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายและผ่อนคลายความเครียด.

นอกจากนี้ ผู้อพยพยังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับไปทำมาหากินได้ตามปกติโดยเร็ว.