3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย มาพร้อมปาร์ตี้ลิสต์ “ยศชนัน” บอกมาด้วยใจ ยันพร้อมเต็มที่ ได้เลขอะไรก็พร้อมที่จะทำงานให้กับพี่น้องประชาชน “จุลพันธ์” ยัน ไม่ปิดโอกาสจับมือพรรคไหน


เมื่อเวลา 06.33 น. วันที่ 28 ธันวาคม 2568 พรรคเพื่อไทยเดินทางมาถึงศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ฮอลล์ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 3 พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวถามถึงหมายเลขที่อยากได้ในการจับสลากพรรคการเมือง นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องตัวเลขไม่เป็นไร วันนี้ได้เลขอะไรก็พร้อมที่จะทำงานให้กับพี่น้องประชาชนตอนนี้ เมื่อถามว่าได้พกของขลังอะไรมาหรือไม่ นายยศชนัน ตอบว่า ใจกับทีมงาน และเมื่อวาน (27 ธันวาคม 2568) ยังได้กำลังใจจากว่าที่ สส.แบบแบ่งเขต ทุกคนมีขวัญกำลังใจพร้อม และวันนี้ทีมปาร์ตี้ลิสต์ก็พร้อม นายจุลพันธ์ เปิดเผยต่อมาว่า วันนี้มากัน 30 กว่าคน ที่เป็นบัญชีรายชื่อ

...

ในคำถามว่าหลังจับหมายเลขแล้วพรรคเพื่อไทยจะทำอะไรต่อ นายยศชนัน ระบุว่า จากนี้จะพบปะกับประชาชนและไปบริเวณนี้ สิ่งสำคัญที่สุดของวันนี้อยากให้เป็นวันที่เราเริ่มต้นแห่งความหวังอีกครั้งหนึ่ง ประเทศไทยตอนนี้ ซึ่งจะเกิดขึ้นในปีข้างหน้า เป็นปีที่พวกเรามีความจำเป็นที่จะต้องสามัคคีกัน ครั้งนี้นโยบายเป็นไปในแนวทางที่ดูแลทั้งประชาชนรากหญ้าซึ่งมีความจำเป็นต้องทำและสำคัญมาก อีกแนวทางคือการสร้างเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน

“วันนี้ทางพรรคเพื่อไทยเราพร้อมเต็มที่ และเราเคยทำสิ่งนี้มา เหลืออีกนิดเดียวเราก็จะสามารถที่จะทำสำเร็จ ก็ขอโอกาสพี่น้องประชาชนนะครับว่า ครั้งนี้พวกเราพร้อม และพร้อมที่จะมองปัญหาในสายตาของพี่น้องประชาชนครับ”

ในคำถามว่าหลายนโยบายเป็นนโยบายที่จะสานต่อ จะมีนโยบายใหม่ๆ อีกหรือไม่ นายจุลพันธ์ ตอบว่า มีนโยบายเปิดอีก 2 รอบ เรามีนโยบายทีเด็ดซึ่งจะเป็นตัวตัดสินและจะเป็นคำตอบและเป็นความหวังให้ประชาชนว่าประเทศจะสามารถเดินหน้าได้อย่างแข็งแรงภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย พร้อมระบุต่อไปว่า ถ้าประชาไม่นิยมก็คงจะไม่เกิดประโยชน์ นโยบายที่ทำจับต้องได้และได้ประโยชน์กับประชาชน สุดท้ายเชื่อว่าประชาชนต้องนิยมชมชอบแน่นอนอยู่แล้ว ขณะที่คำถามต่อมา จะไม่มีประเด็นเหมือนดิจิทัลวอลเล็ตใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ ตอบว่า ไม่มี เราเห็นแล้วว่าครั้งล่าสุดที่เราเป็นรัฐบาล เราเจอกับรัฐราชการที่แข็งแรง วันนี้กลไกหนึ่งที่เราต้องทำคือเปลี่ยนรัฐอุปสรรคให้กลายเป็นรัฐสนับสนุน ไม่ใช่แค่การสนับสนุน ใครก็ตามที่มาเป็นรัฐบาลก็ต้องสนับสนุนให้บริการกับประชาชนได้อย่างดียิ่งขึ้น ต้องปรับปรุงปฏิรูปโครงสร้างรัฐ

เมื่อถามว่านโยบายที่ออกมาจะไม่ใช่แบบครึ่งๆ กลางๆ อีกต่อไปใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ ตอบว่า “ครับ” ขณะที่นายยศชนัน เสริมว่า “แน่นอนครับ” ในคำถามว่านายยศชนัน จะวางแผนเดินสายหาเสียงอย่างไร นายยศชนัน ระบุว่า ตอนนี้แคนดิเดตทั้ง 3 คน และ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เราแบ่งกันในสิ่งที่แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญ สามารถทำงานแทนกันได้

สำหรับตัวเลข สส.บัญชีรายชื่อ ที่ตั้งเป้า นายสุริยะ ตอบว่า จะได้มากกว่าเดิมแน่นอน เมื่อพรรคจะเปิดนโยบายออกไปประชาชนจะชอบ เป็นประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ ขณะที่คำถามประเมินกระแสตัวเองอย่างไร นายยศชนัน เผยว่า สิ่งสำคัญคือเริ่มตั้งแต่พื้นฐานของประชาชน อยากให้เขาเป็นความหวัง ทำให้เขาเติบโตมาเป็นคนที่ดีที่สุด ส่วนคนวัยทำงาน ต้องสร้างโอกาส เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เพื่อให้สามารถเลี้ยงดูคนอื่นได้ อีกนโยบายคือดูแลผู้สูงอายุ ความเท่าเทียม การศึกษา สาธารณสุข โดยพรรคเพื่อไทยทำนโยบาย 30 บาท มาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย เอาวิทยาศาสตร์มาให้ ภัยคุกคามเราก็มีความสำคัญ

นายสุริยะ กล่าวเสริมว่า หลังพรรคเพื่อไทยเปิดตัวนายยศชนัน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 ตอนนี้ผู้สมัคร สส.รุมแย่งตัว เพราะชาวบ้านอยากเจอตัวจริง คงจะต้องฟิตในการหาเสียง เพราะถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องทำงานหนักกว่านี้

เมื่อถามถึงการจับมือกับพรรคส้มและน้ำเงิน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่อยากให้โฟกัสว่าใครจะจับกับใคร อย่าดูถูกประชาชน ให้ประชาชนตัดสินพรรคที่ชอบและพรรคที่เชื่อมั่น ประชาชนไม่มีเท่า ทุกคะแนนเราต้องเคารพ เราไม่มีข้อจำกัดว่าจะจับกับใคร ถ้าเราเป็นแกนนำจัดตั้ง พรรคที่มาร่วมต้องศึกษานโยบายของพรรคเพื่อไทย คราวที่แล้วเราเจอบทเรียนที่อาจไม่สอดประสานในบางจุด จึงขอฝากพรรคการเมืองหยิบนโยบายพรรคเพื่อไทยไปอ่าน จะได้รู้ว่าพร้อมร่วมหรือไม่ ยืนยันไม่ติดขัดที่จะจับมือกับใคร พร้อมระบุถึงกรณีพรรคอันดับ 1 ต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ว่า อยู่ที่กระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งพรรคอันดับ 1 ได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน พรรคเพื่อไทยยืนยันอย่างชัดเจน ไม่มีว่าพรรคอันดับ 1 แล้วทุกคนต้องยกมือให้

ต่อมาเวลา 07.25 น. พรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์กับรายการของไทยรัฐทีวี นายจุลพันธุ์ เผยตอนหนึ่งว่าเมื่อไปขึ้นดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ซึ่งทุกครั้งที่เลือกตั้งก็จะไปขอพรและได้เบอร์ดีทุกครั้ง ครั้งนี้ขอเบอร์อะไรก็ได้ เชื่อมั่นว่าแม้จะเป็นเลข 2 หลักก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับประชาชน ขณะที่ นายสุริยะ เผยเรื่องเป้า สส. ว่า เป็นเรื่องที่ผู้บริหารพรรคระดมความเห็นทุกภาคส่วน ทำให้เรามีความพร้อมที่สุด จึงได้ประกาศตัวเลขว่าเราตั้งเป้าจะได้ สส. 200 คน เมื่อถามว่าอะไรทำให้มั่นใจ นายสุริยะ บอกว่า ผลงานในอดีต รวมถึงการทำผล โดยเฉพาะแคนดิเดตของเราที่เปิดตัวแล้ว ผู้สมัครอยากได้ นายยศชนัน ไปลงพื้นที่ด้วย

นายจุลพันธุ์ ยังระบุด้วยว่า เป็นเรื่องปกติในการเปลี่ยนพรรคการเมือง คนเหล่านี้ไม่ได้เอาคะแนนไปทั้งพรรค ประวัติศาสตร์มี การย้ายพรรคเหนื่อยทุกคน แต่เราให้เกียรติประชาชนในการเลือก เราไม่อยากตัดสินแทนประชาชน ทุกคะแนนเสียงเป็นสีขาว ไม่มีเทา หากดำหรือเทาประชาชนจะไม่เลือก และพรรคเพื่อไทยไม่ใช่พรรคขนาดเล็ก หากเราเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ต้องเอานโยบายเราไปปฏิบัติให้ได้ มาคุยกันว่ารับได้หรือไม่ คุยจบก็มาขับเคลื่อนไปด้วยกัน


ในประเด็นคำถาม ใครมารวมกับเรา - เราไปรวมกับใคร มีความหมายต่างกันมองอย่างไร นายยศชนัน ตอบว่า ที่ผ่านมาทุกคนมองแค่ 2 พรรค อยากให้มองใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ควรมาคุยกันเองก่อนประชาชนจะเลือก เราพยายามทำเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง ทุกคนทุกช่วงวัย มองประเทศไปข้างหน้า วันนี้ทำไมไม่มองสายตาเดียวกับประชาชนก่อน ถ้าประชาชนเลือกเราถึงจะตัดสินได้

อย่างไรก็ตาม นายสุริยะ ระบุอีกว่า ครั้งที่ผ่านมาเราได้ สส. ต่างกับพรรคประชาชนแค่ 10 เสียง และจากนี้เราจะปล่อยนโยบายเป็นช่วงๆ เราเชื่อมั่นว่าเราจะเป็นพรรคอันดับ 1 ไม่เชื่อว่าเราจะเป็นพรรคอันดับ 3 เพื่อไทยจะต้องเป็นอันดับไม่ 1 ก็ 2