ดีเอสไอ ลงพื้นที่แก้ปัญหาเอกสาร ส.ป.ก.4-01 ทับซ้อนที่ดิน ส.ค.1 พบ 800 รายใน อ.มายอ จ.ปัตตานี หลังชาวบ้านไม่สามารถนำที่ดินไปขอออกโฉนดได้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 มกราคม พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ สั่งการให้ นายเจตนา เหมมุน ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ต.ลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี เพื่อพบปะชาวบ้านกว่า 500 คน ทั้ง 7 หมู่บ้านของ ต.ลางา เพื่อทำความเข้าใจในข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการสำรวจข้อมูลการถือครองที่ดินที่มีแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ของชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านว่ามีจำนวนเท่าไร เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นและแนวทางการช่วยเหลือในการอำนวยความเป็นธรรม โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ประกอบด้วย พนักงานสืบสวนคดีพิเศษ, สำนักอำนวยการข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42, ศูนย์ปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้นำท้องถิ่น


สืบเนื่องจาก ชาวบ้านในท้องที่หมู่ 1 และหมู่ 4 ต.ลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี ได้ยื่นคำร้องต่อศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยอ้างว่าสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดปัตตานีออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.4-01 ทับซ้อนหลักฐานแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ของชาวบ้าน ก่อให้เกิดความเดือดร้อนประมาณ 800 ครัวเรือน ไม่สามารถนำที่ดินตามเอกสาร ส.ค.1 ไปขอออกโฉนดที่ดินได้ จึงขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณาให้ความช่วยเหลือรับเป็นคดีพิเศษ

...

จากการที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เดินทางไปตรวจสอบเบื้องต้น ในท้องที่ หมู่ 1 ต.ลางา พบว่ามีการออกเอกสาร ส.ป.ก.4-01 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดปัตตานี ทับซ้อนกับแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ของชาวบ้านจำนวน 119 ราย รวม 147 แปลง เนื้อที่ประมาณ 82 ไร่ 78 ตารางวา และยังมีชาวบ้านในท้องที่ หมู่ 2, 3, 4, 5, 6 และ 7 ของ ต.ลางา ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน โดยแต่เดิม ท้องที่ อ.มายอ ทางราชการได้มีกฎกระทรวง ฉบับที่ 626 (พ.ศ.2516) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2516 ให้เขายีโด๊ะเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ จากนั้นทางราชการได้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ ต.ลางา อ.มายอ และ ต.พิเทน กิ่งอำเภอทุ่งยางแดง อ.มายอ จ.ปัตตานี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2539 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2539 ทำให้เขตพื้นที่ที่มีการร้องเรียนตั้งอยู่ในบริเวณเขตที่ดินที่มีการปฏิรูปที่ดินอันเป็นการจัดสรรที่ดินของรัฐให้เกษตรกร แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 และมีสภาพเป็นป่าตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 จากนั้นได้ประมวลและสรุปเรื่องเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขออนุมัติทำการสืบสวนในกรณีดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีคำสั่งอนุมัติให้ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำการสืบสวนตามมาตรา 23/1 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม


นายเจตนา เหมมุน ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้/หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือในข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดปัตตานี, สำนักงานที่ดินจังหวัดปัตตานี สาขาปะนาเระ, สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) รวมทั้งผู้ปกครองท้องที่ที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นตัวแทนของชาวบ้าน โดยที่ประชุมได้มีการปรึกษาหารือกันในการช่วยเหลือ และอำนวยความยุติธรรมให้กับชาวบ้าน เนื่องจากกรณีเรื่องร้องเรียนดังกล่าวมีหลายหน่วยงานและกฎหมาย รวมทั้งระเบียบที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ จึงจำเป็นที่จะต้องปรึกษาหารือกันเพื่อให้มีข้อยุติที่เป็นไปในทางเดียวกัน

โดยวันนี้ คณะพนักงานสืบสวน ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจในข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการสำรวจข้อมูลการถือครองที่ดินที่มีแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ของชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านว่ามีจำนวนเท่าไร เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นและแนวทางการช่วยเหลือในการอำนวยความเป็นธรรม และกรณีดังกล่าวหากพบว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดเข้าไปทำการบุกรุก ยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 หรือกฎหมายอาญาอื่นที่เกี่ยวข้อง ทางศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะนำเรียนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

...