เหตุการณ์ที่น่าเศร้าเกิดขึ้นเมื่อเด็กชายชาวออสเตรเลียถูกฉลามกัดอย่างรุนแรงกลางอ่าวซิดนีย์ โดยขณะนี้เขาอยู่ในอาการวิกฤต หลังจากที่ถูกโจมตีขณะกำลังเล่นน้ำกับเพื่อน ๆ ที่ชายหาดย่านวอคลูส ซึ่งห่างจากศูนย์กลางธุรกิจซิดนีย์ประมาณ 9 กิโลเมตร
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงบ่าย ขณะที่เด็กชายกระโดดลงน้ำจากโขดหินสูงราว 6 เมตร ท่ามกลางสภาพอากาศที่ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้น้ำจืดไหลลงสู่อ่าวมากมาย ทำให้เกิดสภาพน้ำกร่อย ซึ่งเป็นสภาพที่ฉลามบูลชาร์กชื่นชอบ
ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ เปิดเผยว่า การผสมกันของน้ำจืด น้ำกร่อย และแรงสั่นสะเทือนจากการกระโดดลงน้ำ อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ฉลามโจมตีเด็กชาย
หลังจากถูกกัด เพื่อน ๆ ได้ช่วยดึงเด็กชายขึ้นจากน้ำ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินจะเข้าถึงพื้นที่และนำเขาขึ้นเรือตรวจการณ์เพื่อให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยใช้สายรัดห้ามเลือดที่ขาทั้งสองข้างเพื่อหยุดการเสียเลือด
เจ้าหน้าที่พยายามช่วยกู้ชีพเด็กชายขณะนำเรือข้ามอ่าวไปยังท่าเรือที่มีรถพยาบาลรออยู่ ก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลเด็กซิดนีย์ ขณะนี้เด็กชายอยู่ในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และมีครอบครัวอยู่เคียงข้าง
ตามข้อมูลที่มีการบันทึกตั้งแต่ปี ค.ศ.1791 พบว่าเกิดเหตุฉลามโจมตีมนุษย์ในออสเตรเลียมากกว่า 1,280 ครั้ง โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 250 ราย และปัจจุบันมีเหตุการณ์ฉลามโจมตีเฉลี่ยประมาณ 20 ครั้งต่อปี
นักวิทยาศาสตร์ยังเตือนว่า อุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้นและการเพิ่มขึ้นของผู้คนที่ชายฝั่งอาจทำให้รูปแบบการอพยพของฉลามเปลี่ยนไป และเพิ่มความเสี่ยงในการเผชิญหน้ากับมนุษย์