วันที่ 9 ก.พ.2559 เครื่องบิน แอร์บัส เอ321นีโอ (A321NEO) ที่ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์แบบใหม่ของ CFM International รุ่น LEAP-1A ได้ประสบความสำเร็จในการบินเที่ยวแรก จากโรงงานแอร์บัส ในเมืองฮัมบวร์ก ประเทศเยอรมนี โดยเครื่องบินทะเบียน D-AVXB ได้ขึ้นบินทดสอบเที่ยวแรก โดยนักบินลองเครื่องมาร์ติน ชอยเออร์มันน์ และ เบอร์นาโด เซเอส เบนิโต้ เฮอร์นานเดส ร่วมกันบังคับเครื่องบินภายในห้องนักบิน โดยมีวิศวกรด้านการบินทดสอบ คือ เจอราร์ด เลสเกอร์พิต คอยมอนิเตอร์รายละเอียดต่างๆ ระหว่างบิน ร่วมกับวิศวกรลูกทีม คือ ซานดรา บัวร์ เชเฟอร์ และ เอมิเลียโน่ รีเควน่า เอสเตียบัน


...

เที่ยวบินทดสอบนี้ใช้เวลาในการบินประมาณ 5 ชั่วโมงกับ 29 นาที ในระหว่างการทดสอบ ทางทีมทดสอบได้ใช้งานเครื่องยนต์แบบหนักหน่วงด้วยการบินทั้งความเร็วสูงและความเร็วต่ำ เพื่อดูการทำงานของระบบทั้งหมด แล้วนำข้อมูลที่ได้มาประเมินค่าเครื่องบิน โดยเครื่องบิน A321NEO จะร่วมฝูงบิน NEO เพื่อทดสอบประสิทธิภาพ ในโปรแกรมบินทดสอบ เพื่อประเมินค่าและคุณภาพในการควบคุม และการทำงานของระบบต่างๆ โดยเครื่องบิน A321NEO ลำแรก โดยมีการเริ่มต้นการส่งมอบในช่วงปลายปี 2016

สำหรับ A321NEO เป็นเครื่องบินลำตัวแคบขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล A320NEO ที่ได้นำนวัตกรรมใหม่มาใส่ไว้ ทั้งเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ปลายปีกแบบชาร์คเล็ต และการปรับปรุงห้องโดยสาร อันช่วยให้สามารถประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่ารุ่นเดิมถึง 20%

วันที่ 16 มกราคม 2568  การบินไทย เปิดตัวอากาศยานแบบ Airbus A321neo ลำแรก ณ โรงจอดอากาศยานของบริษัทฯ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เครื่องบินโดยสารรุ่นดังกล่าว ติดตั้งเครื่องยนต์รุ่นใหม่ของ  CFM International เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่โดดเด่น เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน LEAP-1A อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี ใช้วัสดุคอมโพสิตแบบทอ 3 มิติ  พร้อมกระบวนการ RTM (การขึ้นรูปด้วยการถ่ายโอนเรซิน)  พัฒนาและจดสิทธิบัตรโดย Safran Aircraft Engines  สามารถผลิตใบพัดที่มีน้ำหนักเบา แข็งแรง และทนทาน  ใบพัดกังหันแรงดันต่ำ ผลิตจากโลหะผสมไทเทเนียม-อะลูมิไนด์ มีน้ำหนักเบาและทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดีกว่า วงแหวนและใบพัดกังหันแรงดันต่ำทำจากวัสดุ CMC (คอมโพสิตเมทริกซ์เซรามิก)  หัวฉีดเชื้อเพลิงผลิตด้วยกรรมวิธีการพิมพ์ 3 มิติ

...

เครื่องยนต์ตระกูล LEAP จาก CFM International ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทร่วมทุนระหว่าง GE Aerospace และ Safran Aircraft Engines ประกอบด้วยเครื่องยนต์สามรุ่นที่มีความแตกต่างกัน ครอบคลุมช่วงแรงขับตั้งแต่ 23,000 ถึง 35,000 ปอนด์ ประจำการอยู่ใน Airbus A320neo/ A321neo และ Boeing 737 MAX จนถึงปัจจุบัน มีการส่งมอบเครื่องยนต์ LEAP-1A และ LEAP-1B ไปแล้วประมาณ 7,000 เครื่อง โดยได้รับคำสั่งซื้อและการยืนยันการซื้อเพิ่มเติมอีก 20,000 เครื่อง 

 

...

หลังจากผ่านการทดสอบการบินอย่างครอบคลุม เครื่องบิน A321neo ที่ใช้เครื่องยนต์ LEAP-1A ของ CFM International ได้รับการรับรองประเภท (Type Certificate) ร่วมจากสำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งยุโรป (EASA) และสำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA) ใบรับรองประเภทของ EASA ลงนามโดย Trevor Woods ผู้อำนวยการฝ่ายรับรองของ EASA และ Michael J. Kaszycki ผู้จัดการรักษาการของ FAA ฝ่ายบริการรับรองอากาศยานขนส่ง ทั้งสองใบรับรองถูกส่งมอบให้กับ Klaus Roewe รองประธานอาวุโสของโครงการตระกูล A320 ของ Airbus และ Pierre-Henri Brousse หัวหน้าวิศวกรของโครงการตระกูล A320 ของ Airbus

เครื่องบิน A321neo ติดตั้งเครื่องยนต์ CFM A-1 ผ่านโปรแกรมการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของ FAA โดยสะสมชั่วโมงบินกว่า 400 ชั่วโมง ในการบินมากกว่า 160 เที่ยวบิน การทดสอบได้ตรวจสอบโครงสร้างและระบบของเครื่องบินเกินขีดจำกัด การออกแบบเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ความเหมาะสมในการบินทั้งหมด เครื่องบิน A321neo ที่ใช้เครื่องยนต์ CFM เป็นสมาชิกที่สี่ของตระกูล NEO ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ทำให้บางสายการบินที่ใช้เครื่องบิน ตระกูล A321neo โดยเฉพาะการบินไทย เลือกใช้เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน CFM LEAP-1A

...


เครื่องยนต์ LEAP-1A ซึ่งใช้ในเครื่องบิน Airbus A319neo, A320neo และ A321neo มีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดในอุตสาหกรรมการบิน  เช่น ใบพัดและตัวเรือนพัดลมที่ทำจากวัสดุคอมโพสิตคาร์บอนไฟเบอร์แบบทอ 3 มิติ การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์สามมิติรุ่นที่ 4 เครื่องยนต์ LEAP ประกอบด้วยห้องเผาไหม้แบบ Twin-Annular, Pre-Swirl (TAPS)  หัวฉีดเชื้อเพลิงผลิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ฝาครอบคอมโพสิตเมทริกซ์เซรามิกในกังหันเทอร์ไบน์แรงดันสูง และใบพัดไทเทเนียมอะลูไมด์ (Ti-Al) ในระบบกังหันเทอร์ไบน์แรงดันต่ำ

คุณสมบัติและข้อมูลจำเพาะ 

ผู้ผลิต: CFM International (บริษัทร่วมทุนระหว่าง GE Aerospace และ Safran Aircraft Engines)

อากาศยานที่ใช้: ใช้กับเครื่องบินตระกูล Airbus A321neo (A319neo, A320neo,) Boeing 737 MAX

ประเภทเครื่องยนต์: เทอร์โบแฟนแบบสองแกน อัตราส่วนบายพาสสูง

เทคโนโลยี:

ใบพัด: ผลิตจากวัสดุคอมโพสิตคาร์บอนไฟเบอร์แบบทอ 3 มิติ

ประสิทธิภาพ: อัตราส่วนบายพาสสูง (ประมาณ 11:1) ส่งผลให้ประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษ

การควบคุม: ระบบควบคุมเครื่องยนต์ดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบ (FADEC)

สมรรถนะ: รุ่นต่อจาก CFM56 ที่ให้ประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงและลดเสียงรบกวนอย่างมีนัยสำคัญ

การให้บริการเชิงพาณิชย์: เริ่มให้บริการในเดือนกรกฎาคม 2559

คู่แข่ง: แข่งขันกับ Pratt & Whitney PW1000G ในตลาดเครื่องบินโดยสารลำตัวแคบทางเดินเดี่ยว

บริการ: CFM Services ให้การสนับสนุนอย่างครอบคลุม รวมถึงสัญญา "Power by the Hour" (PBH) สำหรับการจัดการฝูงบิน

เครื่องยนต์ CFM International LEAP-1A 
ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง: ประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อย CO2 ได้อย่างน้อย 20% ต่อที่นั่ง เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า (A320ceo) 
ห้องโดยสาร:  ออกแบบห้องโดยสารทันสมัย พร้อมไฟ LED ส่องสว่างภายในห้องโดยสาร พื้นที่เก็บสัมภาระเหนือศีรษะที่เพิ่มขึ้น (ช่องเก็บของขนาด XL) และระบบปรับอากาศ + แรงดันที่ดีขึ้น ด้วยตัวกรอง HEPA 
ลดเสียงรบกวน: เครื่องบินเงียบกว่ารุ่นก่อนหน้าประมาณ 50% ในขณะขึ้นบิน 
ชาร์คเล็ต: อุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่ปลายปีกซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยลดแรงต้านและเพิ่มระยะการบิน 
ข้อมูลจำเพาะ (รุ่น A321 neo) ความจุที่นั่ง: โดยทั่วไป 180 -194 ที่นั่ง ในรูปแบบสองชั้นโดยสาร และสูงสุด 244 ที่นั่ง ในรูปแบบความหนาแน่นสูง 
ระยะทำการบิน: ประมาณ 3,400–3,500 ไมล์ทะเล (6,300–6,482 กิโลเมตร) 
ยาว: 37.57 เมตร (123 ฟุต 3 นิ้ว) 
ความกว้างปีก (เมื่อติดตั้ง Sharklets): 35.80 เมตร (117 ฟุต 5 นิ้ว) 
ความกว้างห้องโดยสาร: 3.70 เมตร (12 ฟุต 1 นิ้ว) 
น้ำหนักขึ้นบินสูงสุด (MTOW): 79 ตัน ความจุเชื้อเพลิงสูงสุด: 26,730 ลิตร 
รุ่นต่างๆ ของ Airbus ตระกูล A320neo 
ตระกูล "neo" ประกอบด้วยสามขนาด พัฒนามาจากรุ่นก่อนหน้า ได้แก่
A319neo: รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 160 คน บินได้ไกลที่สุดในตระกูล (3,750 ไมล์ทะเล) 
A320neo: รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 194 คน เป็นรุ่นมาตรฐาน 
A321neo: รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 244 คน มีขนาดใหญ่ที่สุดในซีรีส์  ใช้สำหรับเส้นทางบินระยะไกลที่มีผู้โดยสารหนาแน่น

Airbus A321neo เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดหาและปรับปรุงฝูงบินของการบินไทย เพื่อรองรับการให้บริการในเส้นทางบินระยะสั้นและระยะกลาง โดยเป็นอากาศยานที่ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีการบินอย่างต่อเนื่อง มีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการลดระดับเสียงรบกวนเมื่อเทียบกับอากาศยานรุ่นก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ

 อากาศยาน Airbus A321neo ลำแรกนี้ ได้รับพระราชทานนามว่า “บวรรังษี” ซึ่งมีที่มาจากชื่อชุมชนบวรรังษี ชุมชนเก่าแก่ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีความเชื่อมโยงกับวัดบวรนิเวศวิหาร โดยคำว่า “บวร” มีรากจากบวรสถานสุทธาวาส หรือวังหน้า ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจในอดีต ขณะที่คำว่า “รังษี” หมายถึงแสงและความรุ่งเรือง ชื่อ “บวรรังษี” จึงสะท้อนความหมายถึง พื้นที่ที่อยู่ในอิทธิพลและรัศมีแห่งสถาบันสำคัญ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected] 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/