อิหร่านได้เปิดน่านฟ้าอีกครั้งหลังจากการปิดชั่วคราวนานเกือบ 5 ชั่วโมง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ส่งผลให้สายการบินนานาชาติหลายแห่งต้องยกเลิกและเปลี่ยนเส้นทางการบินเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง.

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ขององค์การบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ (FAA) ระบุว่า อิหร่านได้สั่งปิดน่านฟ้าไม่อนุญาตให้เที่ยวบินใดๆ บินผ่าน ยกเว้นเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ได้รับอนุญาตพิเศษ ตั้งแต่เวลา 17.15 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออกของวันพุธที่ผ่านมา (14 ม.ค.) ก่อนที่จะยกเลิกประกาศในเวลาประมาณ 22.00 น. โดยสายการบินของอิหร่าน เช่น Mahan Air และ Yazd Airways เป็นกลุ่มแรกที่กลับมาทำการบินได้.

การปิดน่านฟ้าครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณามาตรการตอบโต้ต่อสถานการณ์ในอิหร่าน ซึ่งกำลังเผชิญกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ ขณะเดียวกันมีรายงานว่าสหรัฐฯ เริ่มถอนบุคลากรบางส่วนออกจากฐานทัพในตะวันออกกลาง.

ความไม่แน่นอนในสถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินอย่างกว้างขวาง โดยสายการบิน IndiGo และ Air India ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน ทำให้เที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก ขณะที่สายการบินลุฟต์ฮันซาของเยอรมนีได้ประกาศเลี่ยงน่านฟ้าอิหร่านและอิรัก จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง.

ในขณะเดียวกัน สายการบิน Aeroflot ของรัสเซียที่มุ่งหน้าสู่กรุงเตหะรานต้องตัดสินใจบินกลับกรุงมอสโกทันทีเมื่อทราบข่าวการปิดน่านฟ้า.

กลุ่มเครือข่ายความปลอดภัยทางอากาศชี้ว่าการปิดน่านฟ้าอย่างกะทันหันเป็นสัญญาณเตือนถึงการเพิ่มสูงขึ้นของกิจกรรมทางทหาร และความเสี่ยงจากการยิงขีปนาวุธ หรือระบบป้องกันภัยทางอากาศที่อาจเกิดความผิดพลาดในการระบุเครื่องบินพลเรือน.

ความกังวลนี้มีพื้นฐานมาจากเหตุการณ์ในปี 2020 เมื่อกองทัพอิหร่านเผลอยิงเครื่องบินโดยสารของสายการบิน Ukraine International Airlines ตก ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมด 176 ราย ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ ในขณะนั้น.

ปัจจุบัน สหรัฐฯ ยังคงคำสั่งห้ามไม่ให้เครื่องบินพาณิชย์ของสหรัฐฯ บินผ่านน่านฟ้าอิหร่าน และยังไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศในขณะนี้.