กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสภาธุรกิจตลาดทุนไทย จัดสัมมนาในหัวข้อ “ประเทศไทยกับ RECIPROCAL TARIFF เดินหน้าต่อหรือพอแค่นี้?” เพื่อส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในการพัฒนาศักยภาพการค้าของผู้ประกอบการไทย โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน

นางศุภจี กล่าวว่า ในบริบทเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนและความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ไทยจำเป็นต้องกำหนดจุดยืนในการเป็นพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยการเข้าใจตลาดและพัฒนามาตรฐานการผลิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบการค้า แม้ว่าจะมีอุปสรรคทางการค้าที่เพิ่มขึ้น แต่การใช้ FTA อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยรักษาผลประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการ

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ในปี 2568 มีการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า 96,763 ฉบับ มูลค่า 8,221.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำให้ผู้ประกอบการกระจายตลาดส่งออกเพื่อลดความเสี่ยง โดยการใช้ FTA ร่วมกับการขยายตลาดใหม่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับภาคการส่งออกของไทย

ในปี 2567 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA ในการส่งออกมูลค่า 11,563 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีตลาดหลักในเอเชีย เช่น จีน และญี่ปุ่น ขณะเดียวกันมีมูลค่าการส่งออกที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ FTA กว่า 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ