“พิพัฒน์” เปิดเกมหาเสียง ประกาศพลิกโอกาส 14 จังหวัดภาคใต้ วางหมากใหญ่ 3 เสาหลัก 7 ด้านพัฒนา ไม่หวั่นผลโพล ย้ำภูมิใจไทยเดินด้วยสโลแกน “พูดแล้วทำพลัส” มั่นใจได้ สส. ตามเป้า


วันที่ 4 มกราคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ เปิดเกมหาเสียงอย่างเป็นทางการ ผ่านการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ ประกาศวิสัยทัศน์ “นโยบายภาคใต้ 3 เสาหลัก” ขออาสาทวงคืนโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ หลังชี้ว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โอกาสของคนใต้หายไปมากเกินพอแล้ว


นายพิพัฒน์ ระบุว่า การเลือกตั้งปี 2569 ครั้งนี้ ตนขออาสากลับมารับผิดชอบภาคใต้อีกครั้ง เพื่อทวงคืนโอกาสที่สูญเสียไปให้พี่น้องชาวใต้ พร้อมเดินหน้าพัฒนาภูมิภาคผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ 1. วางรากฐานการพัฒนาให้มั่นคง 2. สร้างประชาธิปไตย และ 3. เสริมความมั่นคงของไทยใต้ ควบคู่กับการขับเคลื่อนการพัฒนา 7 ด้านหลัก ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว–การค้า เกษตร–ประมง อุตสาหกรรม การศึกษาและ AI สังคม และความมั่นคง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้ 14 จังหวัดภาคใต้เติบโตอย่างเท่าเทียม มั่นคง และยั่งยืน สร้างงาน สร้างรายได้ และเปิดโอกาสให้ลูกหลานคนใต้สามารถทำงานบนบ้านเกิดของตนเอง


นายพิพัฒน์ ย้ำว่า หมายเลข 37 ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในบัตรเลือกตั้ง แต่คือ “ความหวัง” และ “โอกาส” ที่จะกำหนดอนาคตของคนใต้ทุกครอบครัว พร้อมชี้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคใต้ และขอโอกาสจากประชาชนให้เลือก พรรคภูมิใจไทย ทั้งคนและทั้งพรรค กาเบอร์ 37 เพื่ออนาคตของลูกหลานคนใต้ทุกคน

...


ไม่หวั่นผลโพล ย้ำภูมิใจไทย “พูดแล้วทำพลัส” มั่นใจได้ สส.ตามเป้า


ต่อมา นายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง พร้อมยืนเคียงข้างผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ประกอบด้วย เขต 1 นาวาอากาศเอก ดร.อธิคุณ คงมี (ผู้การจุน) เบอร์ 4, เขต 2 นายวรท เทอดวีระพงศ์ (ปลัดเม่น) เบอร์ 1, เขต 3 นาย เขมพล อุ้ยตยะกุล (มุนินทร์) เบอร์ 3 รวมถึงผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ เบอร์ 37 คือ นายชลัฐ รัชกิจประการ และ นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ โดยย้ำว่าทีมผู้สมัครทั้งหมดจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดพัทลุงอย่างเป็นรูปธรรม


นายพิพัฒน์ ระบุว่า ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2562 ที่พรรคภูมิใจไทยมี สส.ในพื้นที่ ประชาชนพัทลุงได้เห็นพัฒนาการด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างชัดเจน โดยเฉพาะด้านคมนาคม ทั้งการขยายถนนสายหลัก และโครงการสำคัญที่ผลักดันมาต่อเนื่องจนได้รับงบประมาณแล้ว อาทิ โครงการสะพานมโนราห์ข้ามทะเลสาบสงขลา–พัทลุง สะพานข้ามเกาะลันตา และศูนย์อนุบาลลูกปลาน้ำจืดอิรวดี ซึ่งสะท้อนความตั้งใจของพรรคภูมิใจไทยในการนำความเจริญและโอกาสใหม่ ๆ มาสู่จังหวัดพัทลุงอย่างต่อเนื่อง


นายพิพัฒน์ ระบุว่า กระแสของภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ เป็น “กระแสความคาดหวัง” ของประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง หลังจากภาคใต้เผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาที่ไม่ทั่วถึงมาเป็นเวลานาน


“จากการพูดคุยกับพี่น้องประชาชน หลายคนสะท้อนตรงกันว่า อยากเห็นนักการเมืองที่เข้าใจชีวิตจริงของคนใต้ เข้าใจปัญหาเศรษฐกิจ งาน รายได้ และอนาคตของลูกหลาน ซึ่งผมมองว่านี่เป็นสัญญาณบวกต่อภูมิใจไทย เพราะเราเดินการเมืองด้วยการทำงาน ไม่ใช่แค่การพูด แต่ต้อง พูดแล้วทำพลัส ด้วย” นายพิพัฒน์ กล่าว


ส่วนกระแสทางการเมืองภายหลังการลงพื้นที่ของพรรคการเมืองอื่น ที่จังหวัดสงขลา รวมถึงผลสำรวจความคิดเห็นของโพล ซึ่งระบุว่า ประชาชนในจังหวัดสงขลาบางส่วนยังให้ความนิยมต่อบุคคลทางการเมืองบางราย นายพิพัฒน์ มองว่า โพลเป็นเพียงภาพสะท้อนความคิดเห็นในช่วงเวลาหนึ่ง และไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกตั้ง


“ผมเคารพทุกผลโพล แต่การเลือกตั้งจริงตัดสินกันที่ชีวิตจริงของประชาชน โพลไม่สามารถแทนเสียงของคนทั้งจังหวัดหรือทั้งภาคได้ทั้งหมด สิ่งสำคัญคือ ใครทำให้คนใต้มีอนาคตที่ดีขึ้นได้จริง” นายพิพัฒน์ กล่าว พร้อมย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยจะดึงความเชื่อมั่นกลับมาด้วยผลงาน นโยบาย และการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น ถนนวงแหวน อำเภอหาดใหญ่ เพื่อลดความแออัดของการจราจร การเพิ่มระบบระบายน้ำ ในตัวเมืองชั้นใน เพื่อแก้ไขลดความเสี่ยงภัยพิบัติในระยะยาว และสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา–พัทลุง ส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ในครัวเรือนให้พี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง เป็นต้น


ชวนคนใต้ร่วมทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี


สำหรับช่วงเวลาที่เหลือก่อนการเลือกตั้ง นายพิพัฒน์ ในฐานะแม่ทัพภาคใต้ ระบุว่า กลยุทธ์หลักของภูมิใจไทยคือการสื่อสารนโยบายภายใต้แนวคิด “ขอโอกาสทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี” ซึ่งตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ภาคใต้เคยให้โอกาสทางการเมืองพรรคอื่นมาแล้วหลายครั้ง วันนี้ถึงเวลาที่พี่น้องประชาชนจะได้พิจารณาอย่างรอบคอบว่า โอกาสนั้นกลับมาถึงคนใต้มากพอหรือยัง ภูมิใจไทยขอเป็นทางเลือกใหม่ เพื่อทวงคืนโอกาสที่ควรเป็นของคนใต้เพื่อคนใต้


เมื่อถูกถามถึงเป้าหมายจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในภาคใต้ นายพิพัฒน์ ระบุว่า พรรคตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 30–31 ที่นั่ง และจากกระแสตอบรับในพื้นที่ขณะนี้ มีความเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์อาจออกมาดีกว่าที่คาด หากประชาชนเห็นว่านโยบายและแนวทางการทำงานของภูมิใจไทยตอบโจทย์ชีวิตจริง


“ผมไม่อยากประเมินตัวเลขล่วงหน้า เพราะสุดท้ายเสียงตัดสินอยู่ที่ประชาชน แต่จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ผมมั่นใจว่าแนวทางของภูมิใจไทยกำลังได้รับความสนใจ และมีโอกาสทำผลงานได้ตามเป้าอย่างแน่นอน” นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย