สิ้นพระมหาเถระสายพระป่ากรรมฐาน "หลวงปู่สุธัมม์ ธัมมปาโล" ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 100 ปี 7 เดือน 78 พรรษา
วันที่ 28 มกราคม 2569 วงการพระพุทธศาสนาและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ต่างร่วมแสดงความอาลัยต่อการละสังขารของพระราชมงคลวชิรมุนี (หลวงปู่สุธัมม์ ธัมมปาโล) พระมหาเถระสายพระป่ากรรมฐาน วัดเทพกัญญาราม ต.ฮางโฮง อ.เมือง จ.สกลนคร ซึ่งได้ละสังขารอย่างสงบ เมื่อวันที่ 28 มกราคม เวลา 05.40 น. ณ โรงพยาบาลวานรนิวาส อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร สิริอายุ 100 ปี 7 เดือน 78 พรรษา
โดยมีการเปิดเผยช่วงสุดท้ายแห่งธาตุขันธ์จากลูกศิษย์ใกล้ชิดว่า ในช่วงเข้าพรรษาหลังสุด หลวงปู่สุธัมม์ได้ไปจำพรรษาที่วัดกัลยาณธัมโม ต.นาซอ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ซึ่งเป็นวัดของหลวงตาแตงอ่อน กัลยาณธัมโม หนึ่งในศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันในสายพระอาจารย์มั่น ต่อมาหลวงปู่เกิดอาพาธ มีอาการทรุดลงตามวัย จึงถูกนำตัวเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลวานรนิวาส และพักรักษาอาการอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งละสังขารอย่างสงบในช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 มกราคม 2569 เบื้องต้นศิษยานุศิษย์ มีมตินำสรีระสังขารหลวงปู่กลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดเทพกัญญาราม ส่วนรายละเอียดขั้นตอนอื่นๆ นั้น ต้องรอการประชุมกันอีกครั้ง

...
สำหรับ "หลวงปู่สุธัมม์" เป็นพระเถระผู้ทรงคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา และเป็นที่เคารพศรัทธาของศิษยานุศิษย์อย่างกว้างขวาง ท่านนับเป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ผู้ก่อตั้งสายพระป่ากรรมฐาน และเป็นพระเถระสำคัญที่ยังคงสืบทอดแนวปฏิบัติอันเคร่งครัดของสายวัดป่ามาจนถึงยุคปัจจุบัน
หลวงปู่สุธัมม์ อุปสมบทและจำพรรษาแรกที่วัดหนองถ่านเหนือ ก่อนจะได้มีโอกาสเข้าศึกษาธรรมกับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต จากการชักชวนของพระมหาทองสุข สุจิตโต โดยเดินทางจากสระบุรีมายังภาคอีสาน พำนักและศึกษาธรรมในหลายสำนัก อาทิ วัดป่าโนนนิเวศน์ วัดป่าสุทธาวาส และวัดป่าหนองผือ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมของสายพระอาจารย์มั่นในขณะนั้น
ตลอดช่วงเวลาการศึกษาธรรม หลวงปู่สุธัมม์ ได้ปฏิบัติร่วมกับพระกรรมฐานรุ่นสำคัญหลายรูป เช่น หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน พระอาจารย์วัน อุตตโม หลวงปู่คำพอง ติสโส และหลวงตาแตงอ่อน กัลยาณธัมโม ภายหลังการมรณภาพของพระอาจารย์มั่น ท่านได้ช่วยงานพระศพจนแล้วเสร็จ ก่อนออกธุดงค์และจำพรรษาในหลายพื้นที่ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2496 ได้มาจำพรรษาที่ วัดเทพกัญญาราม และพำนักอยู่ที่วัดแห่งนี้อย่างมั่นคงตลอดชีวิตสมณเพศ
หลวงปู่สุธัมม์ เป็นที่ยกย่องในฐานะพระป่ากรรมฐานแท้ ผู้เคร่งครัดในข้อวัตรปฏิบัติ มีความเพียรในการภาวนา เดินจงกรมและดำรงชีวิตอย่างสมถะ เรียบง่าย ไม่ยึดติดในลาภสักการะ ท่านไม่สนับสนุนการสร้างวัตถุมงคลหรือการเผยแพร่รูปเหมือนของตนเอง โดยมุ่งเน้นให้ศิษยานุศิษย์ยึดมั่นในธรรมวินัยและการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์เป็นสำคัญ

หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ถูกกล่าวขานในประวัติของหลวงปู่สุธัมม์ คือกรณีอุบัติเหตุเครื่องบินตกในเดือนเมษายน พ.ศ. 2523 เมื่อพระคณาจารย์สายกรรมฐานจำนวน 5 รูป ได้แก่ พระอาจารย์วัน อุตตโม, พระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโม, พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ, พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร และพระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม ได้รับอาราธนานิมนต์จากกรุงเทพมหานคร และเดินทางมารวมกันที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อขึ้นเครื่องบินไปประกอบศาสนกิจ โดยออกเดินทางเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2523
เมื่อเครื่องบินเข้าสู่เขตอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เหลือระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ก่อนถึงจุดหมาย เครื่องบินได้ลดระดับเพื่อเตรียมลงจอด แต่เนื่องจากประสบพายหมุนร่วมกับฝนตกหนัก ทำให้เครื่องบินเสียหลักและตกลงในท้องนาเขตอำเภอคลองหลวง ส่งผลให้พระคณาจารย์ทั้ง 5 รูป พร้อมผู้โดยสารอีกจำนวนมากถึงแก่มรณภาพ
ในเหตุการณ์ครั้งนั้น หลวงปู่สุธัมม์ ธัมมปาโล ก็เป็นหนึ่งในพระเถระที่ได้รับนิมนต์ให้เดินทางไปด้วย โดยรถทหารได้มารับถึงบริเวณบ้านธาตุ จังหวัดสกลนคร แต่ไม่สามารถหาทางเข้าวัดเทพกัญญารามได้ วนหลงอยู่หลายรอบก่อนจะตัดสินใจกลับ และไม่ได้มารับท่านตามกำหนด

...
หลวงปู่สุธัมม์ได้ครองจีวรและเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อพ้นเวลานัดหมายและรถทหารไม่มารับ ท่านจึงกล่าวกับศิษย์ว่า "บุญของเราน้อย จึงไม่มีโอกาสได้ขึ้นเครื่องบินเข้ากรุงเทพฯ" ต่อมาไม่นานก็ปรากฏข่าวเครื่องบินประสบอุบัติเหตุดังกล่าว สร้างความสะเทือนใจแก่พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ และเหตุการณ์นี้ถูกยกเป็นอีกหนึ่งนัยแห่งบุญวาสนาที่ทำให้หลวงปู่สุธัมม์รอดพ้นจากมหันตภัยครั้งประวัติศาสตร์
การละสังขารของ พระราชมงคลวชิรมุนี (หลวงปู่สุธัมม์ ธัมมปาโล) นับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของวงการพระป่ากรรมฐานไทย เหลือไว้เพียงคุณงามความดี ปฏิปทาอันงดงาม และคำสอนที่ยังคงเป็นแสงนำทางแก่ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนสืบไป.