อาจารย์จตุรงค์ จงอาษา อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกผิดหวังหลังจากถูกใช้เป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างทนายแก้วและครอบครัวผู้เสียหาย โดยยืนยันว่าจะยุติบทบาทนี้ไปเป็นการถาวร
เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 อาจารย์จตุรงค์ได้ชี้แจงว่าไม่ได้เป็นฝ่ายติดต่อกับพ่อของเด็กผู้เสียหาย แต่ทนายแก้วเป็นฝ่ายโทรศัพท์หาตนเองก่อน และยืนยันว่าไม่มีความรู้จักเป็นการส่วนตัวกับพ่อของเด็ก โดยรู้จักกันเพียงผ่านทนายความที่ใช้คนเดียวกัน
อาจารย์จตุรงค์กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดจากการสนทนาในวงสังคมที่มีพ่อของเด็กอยู่ด้วย ทำให้ข้อมูลถูกส่งต่อกันไป ก่อนที่ตนจะโพสต์ข้อความหยั่งเชิง หลังจากนั้นทนายแก้วได้ขอให้ลบโพสต์ดังกล่าว ซึ่งตนได้ทำตามคำขอ
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นกลับมีการโจมตีตนและหนุ่ม กรรชัย ทั้งที่ตนไม่ได้มีท่าทีปกป้องทนายแก้ว แต่เพียงยืนยันให้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม
อาจารย์จตุรงค์ยังเปิดเผยว่า ในช่วงที่เขาทำหน้าที่เป็นคนกลางนั้น ความเครียดของทั้งสองฝ่ายมีสูงมาก โดยเฉพาะทนายแก้วที่โทรหาตนบ่อยครั้ง ขณะที่พ่อของเด็กเองก็มีอารมณ์พลุ่งพล่าน
ในเรื่องการเจรจาเกี่ยวกับเงิน อาจารย์จตุรงค์ได้กล่าวว่า ตัวเลขมีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง ตั้งแต่ 2 ล้านบาท ไปจนถึง 3 ล้านบาท และมองว่าฝ่ายครอบครัวเด็กไม่ได้มองที่เงินเป็นหลัก แต่ต้องการความยุติธรรมและให้ทนายแก้วรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
อาจารย์จตุรงค์ยอมรับว่า เขาเริ่มรู้สึกถูกหลอกใช้และอาจจะยุติบทบาทของตนในฐานะตัวกลาง เนื่องจากข้อเท็จจริงระหว่างทั้งสองฝ่ายมีความคลาดเคลื่อน และหลักฐานที่มีอยู่ไม่สามารถชี้ชัดได้
สุดท้าย อาจารย์จตุรงค์เชื่อว่าปัญหานี้จะต้องจบลงที่ศาล และทั้งสองฝ่ายอาจไม่ต้องการให้เขาเป็นตัวกลางอีกต่อไป