Toyota ยืนหนึ่งแชมป์ยอดขายรถยนต์สูงสุดทั่วโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 6 โดยปี 68 ที่ผ่านมาขายรถยนต์ไปแล้ว 10,536,807 คัน "รถไฮบริด" ยังเป็นพระเอกหลัก ลูกค้าทั่วโลกเทใจซื้อ
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 69 สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า กลุ่มโตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor Corp.) ประกาศว่า บริษัทมียอดขายรถยนต์ทั่วโลกในปี 2568 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 10,536,807 คัน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี รวมถึงยังสามารถรักษายอดขายที่แข็งแกร่งในอเมริกาเหนือได้ แม้ต้องเผชิญมาตรการภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์
อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถยนต์ในปีที่ผ่านมาทำให้ Toyota ครองตำแหน่งผู้จำหน่ายรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ซึ่งทำผลงานได้เหนือกว่าคู่แข่งจากเยอรมนีอย่างโฟล์คสวาเกน (Volkswagen AG) ซึ่งมียอดขายรวมในปี 2568 อยู่ที่ 8,983,900 คัน
Nikkei Asia ยังระบุอีกว่า การประกาศตัวเลขดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดโลก หลังผู้ผลิตรถยนต์จีนเร่งขยายบทบาทในตลาดต่างประเทศ โดยยอดขายรวมของค่ายรถจีนในปี 2568 มีแนวโน้มจะแซงหน้าผู้ผลิตจากญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก
โดยโตโยต้าได้มีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถ EV รุ่นแรกในอินเดียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและตำแหน่งผู้นำในตลาดโลกในระยะกลางและระยะยาว
สำหรับยอดขายรวมของโตโยต้า ซึ่งรวมแบรนด์ Lexus เพิ่มขึ้น 3.7% จากปีก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในอเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น แอฟริกา และภูมิภาคอื่น ๆ
...

ขณะที่ยอดขายนอกประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่กว่า 9 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 3.6% และทำสถิติสูงสุดเช่นกัน ตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งคิดเป็น 28% ของยอดขายทั่วโลกของบริษัท มียอดขายรวม 2.9 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 7.3% จากปีก่อน โดยโตโยต้าระบุว่า รถยนต์ไฮบริดยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของยอดขายในภูมิภาคนี้
โดยเฉพาะในสหรัฐ ยอดขายเพิ่มขึ้น 8% ขณะที่การส่งออกรถยนต์จากโรงงานในญี่ปุ่นไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 14.2% สู่ระดับ 615,204 คัน และแม้หลังการบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้า ยังมีบางเดือนที่ยอดขายเติบโตมากกว่า 10% เมื่อเทียบรายปี
ส่วนภาพรวมในประเทศจีน รวมถึงฮ่องกงและมาเก๊า โตโยต้ามียอดขาย 1.78 ล้านคัน ทรงตัวจากปีก่อน โดยบริษัทระบุว่า ยังมีความต้องการรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ เช่น bZ3X และ bZ5 แม้ต้องเผชิญการแข่งขันอย่างดุเดือดจากผู้ผลิต EV จีน
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยอดขายในอินโดนีเซียลดลง 12.2% เหลือ 260,446 คัน จากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม
ขณะที่ประเทศไทยมียอดขายเพิ่มขึ้น 4.4% สู่ระดับ 230,038 คัน โดยรถยนต์รุ่น Yaris Ativ และรถกระบะ Hilux ได้รับความนิยมสูง

ส่วนตลาดอินเดีย ยอดขายเพิ่มขึ้น 17.1% เป็น 351,412 คัน จากความต้องการรถรุ่นหลัก เช่น Urban Cruiser Hyryder และการปรับลดภาษีที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์
เมื่อพิจารณาตามประเภทของรถยนต์ รถไฮบริดยังคงเป็นแหล่งรายได้หลักของโตโยต้า โดยในปี 2025 บริษัทจำหน่ายรถไฮบริดทั่วโลกได้ 4.4 ล้านคัน คิดเป็น 42% ของยอดขายทั้งหมด ขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) อยู่ที่ 199,137 คัน เพิ่มขึ้น 42.4% จากปีก่อนหน้า