พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งสนับสนุนรัฐบาลทหารของเมียนมา ได้ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเฟสที่สอง โดยสามารถคว้าได้ถึง 87 ที่นั่งจากทั้งหมด 100 ที่นั่งในการเลือกตั้งที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา
แม้การเลือกตั้งรอบสุดท้ายจะยังไม่เกิดขึ้น แต่จากข้อมูลที่ทางพรรค USDP เผยว่า เมื่อรวมกับผลการเลือกตั้งเฟสแรก ทำให้พรรคมีที่นั่งในสภาล่างมากถึง 176 ที่นั่ง จากทั้งหมด 330 ที่นั่ง โดยถือว่าผ่านเกณฑ์เกินครึ่งของสภาเรียบร้อยแล้ว
โครงสร้างรัฐสภาของเมียนมาถูกออกแบบให้กองทัพมีอำนาจเบ็ดเสร็จ โดยมีที่นั่งทั้งหมด 440 ที่นั่ง แบ่งเป็น 330 ที่นั่งที่มาจากการเลือกตั้ง และอีก 110 ที่นั่งที่ถูกกันไว้ให้กองทัพโดยไม่ต้องผ่านการเลือกตั้ง
พรรค USDP ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของกองทัพในทางการเมือง โดยสภาชุดใหม่มีกำหนดเปิดประชุมในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อเลือกประธานาธิบดี ซึ่งพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย อาจสละตำแหน่งทางทหารเพื่อเข้ารับตำแหน่งในฐานะพลเรือน
นายทอม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมา ออกมาระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจัดฉากเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลทหาร ขณะที่นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชี้ว่า การเลือกตั้งนี้ไร้ซึ่งความยุติธรรม เนื่องจากพรรคเอ็นแอลดี ของนางอองซาน ซูจี ถูกยุบพรรค และนางซูจียังคงถูกควบคุมตัว
เมียนมาอยู่ภายใต้การปกครองของทหารเกือบตลอดประวัติศาสตร์หลังได้รับเอกราช และเพิ่งได้เริ่มการทดลองวิถีประชาธิปไตยได้เพียงสิบปี ก่อนที่กองทัพจะเข้ายึดอำนาจอีกครั้งในปี 2021 นำไปสู่การปราบปรามผู้เห็นต่างและสงครามกลางเมืองที่รุนแรงทั่วประเทศ