ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ แต่งตั้ง "ฮิโรยาสุ ซาโต้" ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ ต่อจาก "ทาคาชิ ฮาตะ" มีผลปลายเดือนมีนาคม 2569 นี้
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถอีซูซุในประเทศไทย และรถอีซูซุขนาดเล็ก ในประเทศลาวและกัมพูชา รวมทั้งการให้บริการหลังการขายและอะไหล่ ประกาศแต่งตั้ง มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ เป็นกรรมการผู้จัดการคนใหม่ ต่อจาก มร. ทาคาชิ ฮาตะ โดยกรรมการผู้จัดการคนใหม่จะรับตำแหน่งปลายเดือนมีนาคม 2569 นี้
สำหรับมร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ เริ่มทำงานที่บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2536 หลังจากสำเร็จการศึกษาจาก คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีประสบการณ์การทำงานดังนี้
เมษายน 2536: ฝ่ายธุรกิจยานยนต์ บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น)
กรกฎาคม 2549: ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
มีนาคม 2555: หัวหน้าทีมแผนกอีซูซุ ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง อเมริกา และโอเชียเนีย (ทีมอเมริกา) ฝ่ายธุรกิจอีซูซุ บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น)
สิงหาคม 2556: รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจียงซี อีซูซุ มอเตอร์ส จำกัด (ประเทศจีน)
กุมภาพันธ์ 2559: รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
ธันวาคม 2560: ผู้จัดการทั่วไป แผนกอีซูซุ ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง อเมริกา และโอเชียเนีย ฝ่ายธุรกิจอีซูซุ บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น)
เมษายน 2562: กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซูซุ ยูท ออสเตรเลีย จำกัด
...
เมษายน 2566: กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ไทย-เอ็มซี จำกัด
มีนาคม 2569: กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
ด้วยประสบการณ์การทำงานในประเทศไทยยาวนานถึง 3 วาระ ควบคู่กับการความรู้ความสามารถจากการทำงานในหลากหลายประเทศ ทำให้ มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ มีความพร้อมอย่างยิ่งสำหรับการรับภารกิจสำคัญในบทบาท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
โดนมร. ฮิโรยาสุซาโต้ จะขับเคลื่อนธุรกิจของอีซูซุ และกลุ่มตรีเพชรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จที่มากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป

สำหรับมร. ทาคาชิ ฮาตะ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ถึงเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกและไทยที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนระดับสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน
ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง มร. ทาคาชิ ฮาตะ ได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ อีซูซุ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะตั้งรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ไว้ให้ได้อย่างมั่นคง
โดยมีนโยบายที่โดดเด่น อาทิการประกาศนโยบายและนำธุรกิจอีซูซุในประเทศไทยเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่าน โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Multi-pathways to Carbon Neutrality) ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การพัฒนาพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ รวมถึงระบบการจัดการ และกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ของอีซูซุ
พร้อมทั้งคำนึงถึงความต้องการที่แตกต่างกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้รถ ควบคู่ไปกับการส่งมอบความสุขที่ยั่งยืนในการเข้าสู่สังคมความเป็น กลางทางคาร์บอนการนำแนวคิด Isuzu Trusted Buddy (อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย) เพื่อสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนของแบรนด์อีซูซุ โดยการยกระดับแบรนด์อีซูซุ ที่ไม่เพียงเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าชาวไทยให้ความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน
แต่ยังเป็นแบรนด์ที่มีคุณค่าสูงต่อสังคมไทย เริ่มจากการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานญี่ปุ่น และมีความเหมาะสมกับการใช้งานอย่างแท้จริง พร้อมทั้งบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพสูง การสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวกับผู้ใช้รถผ่านการส่งเสริมให้ผู้ใช้สามารถใช้รถได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าเงินสูงสุด อีซูซุยังยึดมั่นในการสร้างคุณค่าทางสังคม (Social Value)
นอกจากการเป็นนิติบุคคลที่ดีของไทย และการสนับสนุนสังคมไทยผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ต่าง ๆ แล้ว อีซูซุยังมีแนวทางที่ชัดเจนในการสร้างความเจริญเติบโตของไทยไปด้วยกัน เช่น การผลิตรถที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Contents) ในสัดส่วนที่สูง เช่น กว่า 90% ในรถปิกอัพ เป็นต้น
การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มตรีเพชร ในฐานะกลุ่มธุรกิจ ยานยนต์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 69 ปี พร้อมวางรากฐานการเติบโตในอนาคต ผ่านการขยายการลงทุนหลากหลายโครงการในธุรกิจและเทคโนโลยีใหม่ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบใหญ่อย่างยั่งยืน
...
ทั้งนี้ มร. ทาคาชิ ฮาตะ จะครบวาระการทำงานในประเทศไทยและเดินทางกลับไปยังประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569