“สุชาติ” ส่งหนังสือถึง กกต. ยินดีให้นับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ชลบุรี เพื่อความโปร่งใส เมิน “ไอซ์” บอกให้ลาออก ย้อนพวกประท้วงอยู่ในเขตเลือกตั้งชลบุรีหรือไม่ น้อยใจสื่อ วอนให้ความเป็นธรรมบ้าง ยืนยันไม่ได้ใช้อิทธิพลบ้านใหญ่ บอกโลกนี้ไปไกลแล้ว กล้องวงจรปิดเยอะแยะ
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบเขตเลือกตั้งเขตที่ 1 จ.ชลบุรี แถลงข่าวต่อมวลชน ว่าได้ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อแสดงเจตนารมณ์ ขอแสดงจุดยืนต่อกระแสข่าวต่อการเลือกตั้งและการนับคะแนนการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งหลายภาคส่วนมีข้อกล่าวอ้างที่ทำให้เกิดความสับสนและเคลือบแคลงต่อกระบวนการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนเองตระหนักดีต่อกระแสข่าวดังกล่าวอาจสร้างความกังวลใจและความสับสนต่อพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ใน 8 ตำบลในอำเภอเมือง ที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง ที่เป็นรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตยของประเทศชาติ เพื่อความโปร่งใสและความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ตนเองในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจนได้รับคะแนนสูงสุดในเขตเลือกตั้งที่ 1 ในพื้นที่ตำบลของอำเภอเมืองจังหวัดชลบุรีขอแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่และเต็มใจทำตามขั้นตอนของกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง เพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการเป็นไปด้วยความโปร่งใส ปราศจากข้อสงสัยและข้อกล่าวหาต่างๆและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนทุกคนที่ติดตาม
“ตนเองมีความยินดีและเต็มใจให้มีการนับคะแนนใหม่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ตนเองเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมพร้อมที่จะให้ กกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ระบอบประชาธิปไตย และชาวจังหวัดชลบุรีในเขตเลือกตั้งที่ 1 ใน 8 ตำบลในจังหวัดชลบุรี ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ให้ความไว้วางใจทั้ง 8 ตำบลในอำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี ที่ให้มาเป็นผู้แทนรับใช้พี่น้องประชาชน” นายสุชาติ กล่าว
...

เมิน “ไอซ์” บอกให้ลาออก ย้อนพวกประท้วงอยู่ในเขตเลือกตั้งชลบุรีหรือไม่
เมื่อถามว่ามีความคาดหวังหรือไม่ว่านับคะแนนใหม่คะแนนจะได้เท่าเดิม นายสุชาติกล่าวว่า ตนเองต้องเชื่อมั่นองค์กรที่จัดการเลือกตั้งเพราะเรามีหน้าที่กาและหย่อนบัตรเหมือนกับทุกคนมี 1 ใบ เหมือนกันเราก็แค่การหย่อนบัตร นักข่าวและสื่อมวลชนก็ไปถ่ายรูปตนเองตอนหย่อนบัตรอยู่แล้ว เมื่อถามว่านางสาวรัชนกศรีนอกว่าที่ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ออกมาท้าว่าหากมีการนับคะแนนแล้วเปลี่ยนไปสักคะแนนหนึ่งขอให้ลาออก นายสุชาติระบุว่าตนเองไม่ขอพูดถึงบุคคลอื่นแล้ว หากสื่อมวลชนไปศึกษาข้อกฎหมาย ผู้ที่ประท้วงการเลือกตั้งต้องเป็นประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 1 ใน 8 ตำบลนั้น คนที่กล่าวอ้างมาทั้งหมดมีสิทธิมีเสียงในเขตเลือกตั้งตนเองหรือไม่ และมาในฐานะอะไรเพราะหากตนเองไม่พอใจจะเอาคนไปจังหวัดอื่นที่ไม่ได้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้ คนที่จะคัดค้านได้ต้องเป็นผู้สมัครในเขตนั้น และต้องเป็นประชาชนในเขตเลือกตั้งนั้น
“คนที่มากล่าวหาผมมาพูด ปลุกระดมต่างๆ เป็นประชาชนในเขตนั้นหรือเปล่า สื่อมวลชนก็เห็นแล้วว่าเป็นคนในเขตอื่นทั้งนั้น คนจังหวัดอื่นด้วยแล้วมาทำเพื่ออะไร” นายสุชาติ กล่าว
เมื่อถามว่าคิดหรือไม่ว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง นายสุชาติระบุว่าไม่คิด คิดแค่ว่าเป็นหน้าที่ของ กกต. วันนี้ตนเองทำเพื่อให้บุคคลสบายใจว่าไม่ได้มีอะไรที่หนักใจ แค่เสนอให้ กกต. ทำตามกฎหมาย และยินดีที่จะนับคะแนนใหม่แล้วให้สื่อมวลชนไปนับแต่ละใบ และเอากล้องไปจับกันดู
เมื่อถามว่าเมื่อนับคะแนนใหม่แล้วจะจบหรือไม่ นายสุชาติระบุว่าต้องไปถามคนที่เขาพูดอยู่ ตนเองไม่เกี่ยว ตนเองเป็นแค่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพราะเป็นผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุด แต่คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียคือประชาชนใน 8 ตำบลไม่ใช่คนอื่น หากสื่อมวลชนเป็นคนที่มีสิทธิในเขตเลือกตั้งนั้น ที่จะคัดค้านได้ แต่หากสื่อมวลชนไม่ได้อยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 แล้วสื่อมวลชนจะไปใช้สิทธิในฐานะอะไร นี่เราต้องอยู่ในประเทศไทย ในยุคสมัยใหม่ไม่ได้ย้อนกลับไปในยุคกรุงเก่า การที่ทำแถลงการณ์มาแจกสื่อมวลชนขอร้องว่า เราต้องมีจรรยาบรรณสื่อ สื่อบางช่องเสนอเรื่องไฟดับที่ชลบุรี เจ้าของเพจก็ออกมาบอกแล้วว่าเป็นที่จังหวัดนนทบุรี แล้วจังหวัดนนทบุรีพรรคอะไรได้ทั้งจังหวัด มันคือสีส้ม แล้วมาเกี่ยวอะไรกับจังหวัดชลบุรี ขึ้นพาดหัวข่าวเอาบัตรไปเก็บโกดังที่เคยเกิดไฟไหม้ คุณต้องการ Comment Like Share หากเป็นหมอก็ต้องมีจรรยาบรรณในการรักษาคนไข้ แต่เป็นสื่อมวลชนคุณก็ต้องให้ข่าวที่เป็นกลางทั้ง 2 ข้าง ตนเองไม่อยากมีปัญหากับสื่อมวลชน
“วันนี้แค่บอกว่า ผมแค่น้อยใจผมไม่เคยปฏิเสธสื่อมวลชนสักช่องหนึ่ง โทรมา รับสายตลอด เจอที่ทำเนียบเรียกไปสัมภาษณ์ได้ตลอด แต่ทำไมสื่อมวลชนไม่ให้ความเป็นธรรมผมบ้าง การพาดหัวข่าวต่างๆ หรือจะเป็นสื่อมวลชนบางช่องที่จะเอนเอียงอย่างไรก็ไม่ว่ากัน แต่ไม่ควรที่จะต้องใส่ร้ายป้ายสีหรือขึ้นหัวข่าวที่ประชาชนดูแล้วไม่มีความเป็นธรรม คุณต้องรู้ข้อกฎหมายเสียก่อนว่า กกต. มีกฎหมายของเขา
ผมพูดวันนี้ผมไม่ได้พูดด้วยอารมณ์ ผมพูดด้วยในฐานะเป็นคนไทยแล้วกันอยากให้คนไทยรักกันอยากให้ยืนอยู่ในหลักประชาธิปไตย จรรยาบรรณของทุกคนต้องมี ผมเป็นนักการเมืองต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบจรรยาบรรณทุกคนต้องมี เมื่อเช้าผมดูเพจต่างๆ พูดแต่ในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องจริงถามว่าทำเพื่ออะไรผมเองก็ไม่เข้าใจ ผมไม่ได้พูดอะไรเพราะเราเก็บข้อมูลว่าใครบ้างเป็นผู้เล่นในเกมนี้แค่นั้นเอง”

แนะฝั่งส้ม ได้ 5 ที่นั่ง ต้องมาทำการบ้าน อย่ามัวรอกระแส
เมื่อถามว่ามองกระแสกดดันที่มีมวลชนไปที่ กกต. อย่างไรบ้าง นายสุชาติระบุว่า กกต. ต้องชี้แจงเพราะเป็นหน้าที่ เพราะประชาชนทุกคนมีสิทธิ 1 สิทธิ 1 เสียง การที่จะออกมา ตนเองยอมรับในผลการเลือกตั้ง ปี 66 เราพ่ายแพ้ เราก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาทำความดี ต้องมานั่งจับจุดว่าแพ้ในจุดไหนประชาชนไม่รักเราเพราะอะไร การเลือกตั้งครั้งนี้ทางทีมของตนเองได้ 5 คน ฝั่งสีส้มก็ได้ 5 คน ก็ต้องมานั่งทำการบ้านด้วยกันว่าทำไม 5 คนที่เราพ่ายแพ้ เราต้องทำอะไรให้ดีขึ้นมากกว่าเดิมแค่นั้น เราต้องทำงานทางสังคมและทางการเมืองให้มากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่เพื่อให้ประชาชนยอมรับ หากไม่ทำครั้งหน้าคุณจะต้องพ่ายแพ้อย่ามามัวรอกระแสเพราะกระแสเป็นสิ่งที่เราไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ เราจึงต้องเอาตัวเรา
“ผมทำงานการเมืองรอบนี้ผมรู้ว่าหนักมาก ผมออกทุกเช้าทุกวัน ดึกๆ ค่ำคืน นี่คือการหาเสียงไปขอคะแนนทุกบ้าน ผมไม่ได้นอนอยู่ที่บ้านแล้วคะแนนลอยมา ผมไปขอร้องเขามา ไปทำความรู้จักกัน”
นายสุชาติ ยังกล่าวถึงคดีใน ป.ป.ช. ว่าทำไมไม่ทำหนังสือถึง ป.ป.ช. ตนเองเป็นรัฐมนตรีผ่านหน่วยงานตรวจสอบ 16 หน่วยงาน พอเกิดเหตุการณ์ก็บอกว่าโดนนักการเมืองฟ้อง จึงย้อนถามว่ามีเจตนารมณ์อะไรขอให้ถาม ป.ป.ช. ว่าแจ้งข้อกล่าวหาคนที่เกี่ยวข้องไปแล้วหรือยัง และมีการแจ้งข้อกล่าวหาตนเองหรือไม่ เพราะหากแจ้งตนเองก็เป็นรัฐมนตรีไม่ได้
“ตรรกะแค่นี้ยังคิดไม่ได้แล้วเป็นสื่อมวลชนได้ยังไง คนที่เขียน คนที่โพสต์ก็เป็นสื่อมวลชนท้องถิ่น คนเราถ้ามันไม่มีไม่บริสุทธิ์ ไม่ผุดผ่อง จะเป็นได้ไหมผ่านหน่วยงานตรวจสอบ 15-16 หน่วยงาน ไม่ใช่ของง่ายนะครับ ฝากสื่อมวลชนทุกคนด้วยจรรยาบรรณสำคัญที่สุดฝากด้วยครับ”

วอนสื่อชนะชลบุรีเป็นเรื่องยาก อย่าลากตนลงลูปอย่างเดียว
นายสุชาติ ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่าจังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางการเมืองของไทย จะชนะอยู่ที่ประชาชนเลือก ต้องยอมรับว่าเขตอำเภอเมืองเป็นเรื่องที่ยากมาก เมื่อถามว่าพอได้ออกมาพูดแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง นายสุชาติ ระบุว่า อยากจะพูดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ก็ถามความรู้สึกคนรอบตัวว่าถ้าออกมาพูดแล้วจะรับได้ไหมกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราเป็นผู้ชายมีอะไรก็ต้องพูดตรงๆ ส่วนที่พูดถึงสื่อมวลชนไม่ได้ตำหนิถึงช่องใด
“ผมแค่ขอร้อง เพราะไม่ได้ปฏิเสธช่องใด แต่บางครั้งต้องรักพี่เหมือนกับเป็นลูกค้าบ้าง เขาจะลากเข้าลูปอย่างเดียวจริงๆ ไม่ใช่เรื่องของผม เพราะเป็นเรื่องของ กกต. ที่ต้องออกมาพูด”
ยืนยันไม่ได้ใช้อิทธิพลบ้านใหญ่ บอกโลกนี้ไปไกลแล้ว
เมื่อถามว่าจะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายสุชาติระบุว่าต้องย้อนกลับว่ากรุงเทพฯ ทั้ง 33 เขต คนที่แพ้ต้องนับใหม่หรือไม่ หากใครแพ้แล้วทำแบบนี้ เลือกตั้งครั้งหน้ามันจะอยู่ในระบบประชาธิปไตยได้อย่างไร
เมื่อถามว่ามีกระแสว่านายสุชาติอาจจะใช้อิทธิพลบ้านใหญ่ นายสุชาติยืนยันว่าไม่มี โลกนี้มันไปไกลถึงไหนแล้วเพราะกล้องวงจรปิดมันมีทุกเส้นทาง ทุกวันนี้ ใครทำอะไรมีใครรอดหรือไม่ เพราะกล้องวงจรปิดเยอะแยะไปหมดต้องก้าวข้ามเรื่องพวกนี้ได้แล้ว เมื่อถามย้ำว่าคะแนนที่ได้มาครั้งนี้ไม่มีการใช้อิทธิพลใดๆ ใช่หรือไม่ นายสุชาติระบุว่าตนเองก็มี 1 บัตร 1 ใบ เช่นเดียวกันแล้ว คณะกรรมการประจำหน่วยก็เป็นข้าราชการ เป็นครู ไปโพสต์รูปเขา เป็นการคุกคามหรือไม่ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องยอมรับในผลลัพธ์ที่ออกมาทั้งหมด
นายสุชาติ ยังย้ำอีกรอบว่า ขอไม่ให้ราคา น.ส.รักชนก เพราะมองข้ามไปถึงนู่นแล้ว ไม่ได้มองเขา ไม่สนว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ เพราะมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่เราต้องชี้แจงในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าทุกคนบริสุทธิ์ใจ จึงอยากให้สื่อมวลชนมองข้ามคนพวกนี้ได้แล้ว อย่าไปจมปลักกับคนพวกนี้ เพราะเขาเลือกตั้งในเขตตนเองได้หรือไม่ ก็บอกแล้วผู้คัดค้านคือผู้สมัครที่ใช้สิทธิในเขตนั้นๆ ที่เหลือเป็นหน้าที่ กกต.
เมื่อถามว่าล่าสุดมีการเทียบระหว่างผู้มาใช้สิทธิกับบัตรเลือกตั้งที่ไม่ตรงกัน มีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ นายสุชาติระบุว่าเมื่อปี 2566 คะแนนเลือกตั้งพรรคก้าวไกลเกือบ 50,000 คะแนน ส่วนของพรรคเพื่อไทยและรวมไทยสร้างชาติพ่ายแพ้ ทำไมไม่มีการร้องบ้าง โลกมันไปถึงไหนแล้วเมื่อมาใช้สิทธิ ทุกวันนี้เขาคิดได้หมดแล้ว
