“ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” ขึ้นแท่นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของยะลา ของพรีเมียมจากสายน้ำบนเทือกเขาสันกาลาคีรี เนื้อแน่น รสชาติหวาน ปราศจากกลิ่นโคลน คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดปีละ 19 ล้านบาท


วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ คือ "ปลานิลสายน้ำไหลเบตง" ซึ่งเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดยะลา ต่อจากกล้วยหินบันนังสตา ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา ส้มโชกุนเบตง มังคุดในสายหมอกเบตง และไก่เบตงยะลา ที่ขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้า GI ในหมวดอาหาร

โดยมั่นใจว่าการขึ้นทะเบียน GI จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าเป็นสินค้าคุณภาพมาจากแหล่งผลิต ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดให้กับเกษตรกรและเพิ่มรายได้มากขึ้น

สำหรับ ปลานิลสายน้ำไหลเบตง มีคุณภาพโดดเด่นแตกต่างจากปลานิลทั่วไปอย่างชัดเจน จากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวยต่อการทำเกษตรกรรม โดยแหล่งผลิตอยู่ในบริเวณเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งมีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ ได้รับอิทธิพลทั้งจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีอากาศเย็น อุณหภูมิเฉลี่ย 27.5–28.5 องศาเซลเซียส มีหมอกและฝนตกชุกตลอดปี และน้ำในลำธารมีปริมาณออกซิเจนสูง เนื่องจากสายน้ำไหลเวียนตลอดเวลา 

โดยเกษตรกรในพื้นที่ได้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผันน้ำจากลำธารเข้าสู่บ่อเลี้ยง ส่งผลให้ปลามีเนื้อแน่นเด้ง มีไขมันแทรกเล็กน้อย และรสชาติหวานเป็นธรรมชาติ ทั้งยังโดดเด่นเรื่องความสะอาด ปราศจากกลิ่นโคลน และมีกลิ่นคาวน้อยกว่าปลานิลทั่วไป สามารถนำมาทำเป็นเมนูซาชิมิได้

“ด้วยเอกลักษณ์และคุณภาพของปลานิลสายน้ำไหลเบตงซึ่งเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนาน ร้านอาหารและภัตตาคารต่าง ๆ จึงนิยมนำมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารหลากหลาย สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยง โดยมีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 163,000 กิโลกรัมต่อปี ราคาขายเฉลี่ย 120 บาทต่อกิโลกรัม สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดได้กว่า 19 ล้านบาทต่อปี” นางสาวอัยรินทร์ ระบุ