นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับฟอกซ์นิวส์เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาที่กำลังตึงเครียด โดยกล่าวหาว่าทหารไทยได้รุกล้ำเข้าไปในเขตแดนที่กัมพูชาถือครองมาเป็นเวลานาน และล้อมรั้วลวดหนามเพื่อปิดกั้นหมู่บ้าน ส่งผลให้ชาวกัมพูชากว่า 80,000 คนไม่สามารถกลับไปยังบ้านเกิดของตนได้

ฮุน มาเนต กล่าวว่า "การเข้ายึดครองครั้งนี้เกินกว่าพื้นที่ที่ไทยอ้างสิทธิ์ฝ่ายเดียว" พร้อมยืนยันว่ากัมพูชายังคงยึดมั่นในการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี และไม่เชื่อว่าการใช้สงครามจะเป็นทางออกที่ยั่งยืน

สถานการณ์นี้สร้างความไม่พอใจต่อข้อตกลงหยุดยิงที่เคยทำกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนหน้านี้ โดยมีรายงานการปะทะตามแนวชายแดน ซึ่งทางการกัมพูชาระบุว่ามีสาเหตุมาจากการกระทำของทหารไทย ขณะที่ฝ่ายไทยปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาเล็งเป้าหมายด้านศาสนาหรือวัฒนธรรม

ในสัปดาห์นี้ ฮุน มาเนต จะเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเข้าร่วมประชุม "คณะกรรมการสันติภาพ" ของทรัมป์ เพื่อหาทางออกให้สถานการณ์กลับสู่ปกติ พร้อมกับชี้แจงถึงความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา สหรัฐฯ และจีน โดยยืนยันว่ากัมพูชาจะไม่เลือกข้างในความขัดแย้งของมหาอำนาจ

นอกจากนี้ กัมพูชายังได้ประกาศการฝึกร่วมทางทหารกับสหรัฐฯ และร่วมมือกับเอฟบีไอในการปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมาย เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์