ยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและยางที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน ในความเป็นจริง เราสามารถใช้ยางทั่วไปกับรถยนต์ไฟฟ้าได้ แต่ประสิทธิภาพ ระยะทาง และอายุการใช้งาน แตกต่างไปจากยางที่ออกแบบเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า


ยางที่ออกแบบหรือปรับแต่งมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า มุ่งไปที่การรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมากกว่ารถยนต์สันดาป การรับน้ำหนักแบบไดนามิก และความต้องการแรงยึดเกาะที่แตกต่างกัน ที่สำคัญที่สุดก็คือ ยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ มีความต้านทานการหมุนต่ำกว่ายางรถยนต์สันดาป ซึ่งเป็นจุดที่ช่วยเพิ่มระยะทาง ไม่กินกระแส หรือใช้พลังงานในการหมุนต่ำกว่า
...

วิธีเลือกยางรถยนต์ไฟฟ้า
เมื่อยางเดิมติดรถสึกหรอหรือหมดสภาพและถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนยางใหม่ อาจเหลือตัวเลือกอยู่สองอย่าง คือ ยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ หรือยางมาตรฐานทั่วไป แต่ยางที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า มักจะมีคุณสมบัติมากกว่าแค่การรับน้ำหนัก ความเร็ว แรงดัน และขนาด

1. ยาง EV ที่มีแรงต้านการหมุนต่ำ
การออกแบบยางรถ EV ที่มีความหนามากกว่ายางรถยนต์ทั่วไปนี้เอง จึงส่งผลให้ยางมีประสิทธิภาพในการชดเชยแรงบิดที่สูงขึ้น ลดการเสียดสีและความลื่นในระยะเวลาที่กระชั้นชิดได้ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่ส่งผลต่อการยึดเกาะถนนโดยตรง ทั้งยังช่วยให้เบรกมีประสิทธิภาพ
ยางรถ EV ที่เหมาะสมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ออกแบบให้มีแรงต้านการหมุนต่ำ ส่งผลดีต่อระยะทางการขับขี่ รถจะต้องเอาชนะแรงเสียดทานและแรงต้านของยางบนพื้นถนน ยางที่หมุนได้ง่ายบนพื้นผิวต่างๆ ใช้พลังงานในการเคลื่อนที่น้อยกว่า หมายความว่าการเลือกใช้ยางรถยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะสมช่วยทำให้มีพลังงานเหลือมากขึ้น ได้ระยะทางของการขับทางไกลมากกว่าเดิมเล็กน้อย
ผู้ผลิตยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามักให้ความสำคัญกับคุณสมบัติต้านทานการหมุน เช่น ยาง Bridgestone Turanza EV ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระยะทางการขับขี่ เสริมพลวัตเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยี ENLITEN ลดแรงต้านการหมุน ขับได้ไกลขึ้น ลดการสิ้นเปลืองพลังงาน

2. ให้ความสำคัญกับดัชนีรับน้ำหนัก
...
ตัวชี้วัดที่สำคัญอันดับสองของยางรถยนต์ไฟฟ้า คือ ดัชนีรับน้ำหนัก แน่นอนว่า ในขนาดที่พอๆกัน รถยนต์ไฟฟ้าจะมีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในหลายร้อยกิโลกรัม เนื่องจากน้ำหนักของแบตเตอรี่ เช่น รถยนต์ Mercedes-Benz S500 4Matic Sedan เครื่องยนต์สันดาปภายในมีน้ำหนัก 2150 กิโลกรัม ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้า EQS 450+ Sedan มีน้ำหนัก 2538 กิโลกรัม แตกต่างกันเกือบ 500 กิโลกรัม หรือเกือบครึ่งตัน ทำให้ยางต้องรับน้ำหนักมากกว่า
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้า หมายถึงระยะเบรกยาวขึ้น ยางสึกหรอเร็วขึ้นจากพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ต้องการประสิทธิภาพของยางที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเบรก เข้าโค้ง และเร่งความเร็ว ในขณะที่น้ำหนักของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า กระจายอย่างสม่ำเสมอ แต่จะกลายเป็นความท้าทายมากขึ้นสำหรับยางเมื่อรถกำลังเคลื่อนที่หรือต้องเบรกแบบเต็มกำลัง
เพื่อการควบคุมที่ดี อายุการใช้งานของยางที่ยาวนาน และระยะเบรกที่ปลอดภัย ควรใช้ยางที่มีพิกัดรับน้ำหนักตามที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์กำหนด ยางรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในบางรุ่นอาจตรงตามสเปคของยาง EV แต่ยางที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า แน่นอนว่าเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเยอะ เนื่องจากตรงตามข้อกำหนดเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า

...
3. แรงยึดเกาะ
ล้อของรถยนต์ส้นดาปภายใน ส่วนใหญ่จะเร่งความเร็วอย่างค่อยเป็นค่อยไป แรงบิดสูงสุดจะมาถึงที่รอบเครื่องยนต์สูง แต่รถยนต์ไฟฟ้าพร้อมมอเตอร์ที่ทรงพลังและไม่มีอาการรอรอบ ให้แรงบิดที่สูงกว่าอย่างมาก ทันทีที่เหยียบคันเร่งรถจะพุ่งออกตัวอย่างรวดเร็ว รถ EV ที่ใช้ยางรถสันดาป จะสึกหรอเร็ว และให้แรงยึดเกาะที่แย่กว่า เนื่องจากยางไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับมือกับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นจากจุดหยุดนิ่งแบบฉับพลันทันที
เมื่อยางหมุนอย่างรวดเร็วในระหว่างการเร่งความเร็ว แรงยึดเกาะต้องช่วยให้ยางเกาะถนนได้ แรงยึดเกาะสูง ส่งผลต่ออายุการใช้งานของยาง เลือกใช้ยางที่ถูกปรับปรุง หรือพัฒนาให้เหมาะสมกับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ได้ทั้งแรงยึดเกาะ และการสึกหรอต่ำ เนื่องจากจากแรงบิดสูงกว่า ยางที่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า มักใช้ส่วนผสมของยางชนิดพิเศษ เพื่อให้การยึดเกาะ ลดการสึกหรอ และยืดอายุการใช้งาน

4. เสียงรบกวน
การไม่มีเครื่องยนต์ หมายความว่าไม่มีท่อไอเสียและระบบวาล์วทำให้รถยนต์ไฟฟ้าวิ่งได้อย่างเงียบกริบ เป็นคุณสมบัติที่ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าหลายคนชอบ ไม่เพียงแต่การขับจะสะดวกสบายมากขึ้น การลดมลภาวะทางเสียง ช่วยฃดเสียงรบกวนที่ถือเป็นมลภาวะอย่างหนึ่ง เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าไม่มีเครื่องยนต์ที่จะกลบเสียงยาง เสียงรบกวนบนถนนจึงชัดเจน ในระหว่างการเร่งความเร็ว เป็นเหตุผลว่าทำไมยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า จึงมีรูปแบบดอกยาง ส่วนผสมของยาง พร้อมโฟมดูดซับเสียงในยางบางรุ่น เพื่อลดเสียงรบกวน ยางสำหรับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อลดเสียงรบกวน แตกต่างจากการออกแบบยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นความเงียบ การยึดเกาะและลดการสิ้นเปลืองพลังงาน.
...

แบรนด์ยางรถยนต์ที่จำหน่ายยางรถ EV ในปัจจุบัน ก็มีหลายแบรนด์เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Bridgestone / Goodyear / MICHELIN / Hankook / Yokohama / Firestone / Pirelli / Continental.
ในปี 2026 ยางรถยนต์ที่เหมาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮบริด (HEV) ต้องสามารถรองรับน้ำหนักของแบตเตอรี่ได้ดี มีคุณสมบัติช่วยประหยัดพลังงาน และลดเสียงรบกวนจากการขับขี่ โดยเฉพาะแรงบิดของรถยนต์ไฟฟ้าที่มากกว่ารถทั่วไป รวมถึงลักษณะการขับขี่ที่เงียบและเน้นความสบาย การเลือกยางที่ถูกต้องจึงช่วยเพิ่มระยะทางต่อการชาร์จ และทำให้การขับขี่มีประสิทธิภาพสูงสุด
Michelin Pilot Sport EV – ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานและลดเสียงรบกวน เหมาะสำหรับรถ EV สมรรถนะสูง
Michelin e.Primacy – เน้นการประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซ CO₂ สำหรับรถไฟฟ้าและไฮบริด พร้อมคุณสมบัติการยึดเกาะดีเยี่ยม
Yokohama Advan dB V553 – นุ่มเงียบ ยึดเกาะดีทั้งถนนเปียกและแห้ง ตอบโจทย์รถ EV สมรรถนะสูง ด้วยการลดแรงต้านและเสียงรบกวน
Goodyear ElectricDrive – พัฒนาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เน้นลดการต้านทานการหมุนเพื่อเพิ่มระยะทางต่อการชาร์จ
Michelin Primacy 5 – ยางยอดนิยมที่โดดเด่นด้านความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและความสะดวกสบาย เหมาะกับการใช้งานทั้งในเมืองและทางไกล
Yokohama ADVAN Sport EV V108 – ยางที่ได้รับการพัฒนามาโดยเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยสมรรถนะสูงในการยึดเกาะและควบคุมที่แม่นยำ
Maxxis Victra Sport EV – ลายดอกยางช่วยเพิ่มการยึดเกาะทั้งบนถนนเปียกและแห้ง เหมาะสำหรับการขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลาย
Hankook Ventus S1 evo3 – ยางสมรรถนะสูง (UHP) มอบการควบคุมและการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในรถ EV แบบสปอร์ต
Bridgestone Turanza 6 – ให้ความนุ่มเงียบและการยึดเกาะที่ดีในทุกสภาพอากาศ พร้อมเทคโนโลยีลดการเหินน้ำ
Hankook iON evo AS – ออกแบบมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เน้นการลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร และเพิ่มระยะทาง
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/