อุปกรณ์ภายในที่แฟนคลับยานยนต์ไทยรัฐกำลังมองอยู่นี้ กล่าวได้ว่าเป็นงานออกแบบภายในรถยนต์ที่สำคัญที่สุดเท่าที่เคยมีมา มันถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี และประจำการอยู่ใน Ferrari Luce รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์  การเปิดตัวงานภายในสุดคูลในครั้งนี้ เป็นขั้นตอนที่สอง จากสามขั้นตอน ของการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกแห่งอิตาลี ทำไมภายในที่ดูย้อนยุคถึงสำคัญมากสำหรับแบรนด์ม้าลำพอง? เพราะนี่คือผลงานการออกแบบของ เซอร์ โจนาธาน ไอฟ์ ชายผู้กำหนดทิศทางการออกแบบของค่าย Apple ซึ่งเคยทำงานเคียงข้าง สตีฟ จ็อบส์  นั่นเอง ในแง่ของการออกแบบส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมในวงกว้าง ไม่อาจปฎิเสธได้เลยว่า...ทั้งคู่ เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา

Apple มองดูแล้วว่าถ้าทำออกมาก็อาจสู้รถจีนอย่างเสี่ยวมี่ไม่ได้ การยกเลิกแผนงานสร้างรถไฟฟ้าที่วางไว้มานานเพื่อเข้าสู่ตลาดรถยนต์จึงหยุดอยู่แค่นั้นไม่ไปต่อ  เหตุการณ์ดังกล่าว นำไปสู่หนึ่งในคำถามว่า ไอฟ์ ได้ออกจากบริษัทเพื่อร่วมก่อตั้งกลุ่มออกแบบใหม่ ชื่อ LoveFrom และนับตั้งแต่ปี 2019 เซอร์ โจนาธาน ไอฟ์ ใช้อิสระที่มีสำรวจพื้นที่ใหม่อย่างกว้างขวาง ในฐานะเพื่อนสนิทของ จอห์น เอลคานน์ ประธานบริหาร Ferrari โอกาสที่จะได้ร่วมงานกับ ไอฟ์ ผู้หลงใหลในรถยนต์ และ มาร์ค นิวสัน หุ้นส่วนทางธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลไม่แพ้กัน นายใหญ่ของม้าลำพองจึงไม่อาจปฏิเสธได้ การได้ผู้ร่วมงานที่มีความสามารถล้นเหลือ คือสิ่งจำเป็นสำหรับการเปลี่ยนแปลงระบบขับเคลื่อนที่ลูกค้าส่วนใหญ่ ไม่อยากได้.... ลองนึกภาพดูว่า ถ้า เซอร์ โจนาธาน ไอฟ์  ได้รับมอบหมายให้ออกแบบ Ferrari Electric No.1 อะไรจะเกิดขึ้น! 

...

ห้าปีต่อมา โลกแห่งซูปเปอร์สปอร์ตเดินมาถึงจุดที่ต้องเปลี่ยน สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกของ Ferrari Luce จะถูกเปิดเผยในเดือนพฤษภาคม แต่ในบางแง่มุม การที่ LoveFrom ได้ให้นิยามใหม่ ใส่ลงไปเต็มๆ บนงานตกแต่งภายในและการใช้งานที่ดีเยี่ยม ถือเป็นเรื่องสำคัญกว่ามาก  ถ้าคุณชอบผลิตภัณฑ์ของ Apple – MacBook Air, iPhone, Apple Watch – นี่คือรถสำหรับคนที่เป็นสาวก Apple ทีมงานเปิดมุมมองใหม่ของการออกแบบรถยนต์ด้วยหน้าจอสัมผัสที่ใช้รูปทรงในอดีต เพื่อแสดงให้ทุเห็นว่า Ferrari ไฟฟ้า ควรจะออกมาแบบไหน

แน่นอนว่าในวงการออกแบบรถยนต์ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ คือหัวใจสำคัญ  แผงหน้าปัดหลัก พวงมาลัยสามก้าน  จอแสดงผลข้อมูลระบบอินโฟเทนเมนท์แบบแยกส่วน ระบบควบคุมส่วนติดต่อผู้ใช้ (HMI) ของ Luce ปรับให้ออกมาเรียบง่าย ด้านหลังเป็นแผ่นอลูมิเนียม ประดับด้วยช่องระบายอากาศสุดสวยสี่ช่อง  ทุกคนที่เคยขับรถยนต์สมัยใหม่รู้ดีว่า........ ความเรียบง่ายในบริบทนี้ คือสิ่งที่ทำได้ยากที่สุด 


“เราต้องการสำรวจอินเทอร์เฟซที่จับต้องได้และดูน่าดึงดูด” Ive กล่าว ระหว่างงานเปิดตัวอุปกรณ์ภายในของ Luce ที่จัดขึ้นใกล้สำนักงานใหญ่ของ LoveFrom ในเมืองซานฟรานซิสโก “ มีการนำส่วนที่ทรงพลังที่สุดของจอแสดงผลแบบอนาล็อกมาควบรวมเข้ากับจอแสดงผลดิจิทัล  ความเข้าใจพื้นฐานและสถาปัตยกรรมของอินเทอร์เฟซ วิธีการจัดระเบียบ ทั้งหมด ทำให้ง่ายต่อการใช้งานมากกว่าเดิมอย่างเทียบไม่ได้ 

แผงหน้าปัดและพวงมาลัยเชื่อมต่อกัน นั่นคือสิ่งที่มีความจำเป็นสำหรับการขับ  แผงหน้าปัด แสดงถึงผลลัพธ์ ส่วนพวงมาลัย แสดงถึงการป้อนข้อมูล การควบคุมทั้งหมด เป็นแบบกายภาพและเชิงกล คล้ายรถยนต์ในยุค 1970-1980  การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ยึดหลักการพื้นฐานเป็นสำคัญ ความเป็นเลิศด้านวัสดุ รวมถึงจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์  มีการถอดชิ้นส่วนต่างๆ  เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันในการออกแบบและการผลิต รวมถึงเบาะนั่ง (ไม่ใช่เบาะราคาถูก) ไม่ต้องพูดถึงสัมผัสของพวงมาลัย แผงหน้าปัดขนาด 12.86 นิ้ว ของ Ferrari Luce สวยงามราวกับงานประติมากรรม ขอบมุม ถูกทำให้โค้งมน แกนพวงมาลัยไม่มีพลาสติกอยู่รอบๆอีกต่อไป  (จริงๆแล้ว ไม่มีพลาสติกให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว)  

...


ชิ้นส่วนหลัก ทำจากอะลูมิเนียมชุบอะโนไดซ์  อะลูมิเนียมถูกขึ้นรูปด้วยความแม่นยำ ถูกตัดแต่งจากแท่งโลหะตันโดยใช้เทคโนโลยีการตัด CNC 3 แบบ 5 แกน ผลลัพธ์ที่ได้ตามที่ Ferrari กล่าว คือ เซลล์หกเหลี่ยม บนพื้นผิวที่บางเฉียบ โครงสร้างจุลภาคที่มีทั้งความทนทานและสวยงามน่ามอง สกรูนิรภัย เป็นส่วนประกอบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในกระบวนการผลิต  เช่นเดียวกับอุปกรณ์ของ Apple (ซึ่งใช้สกรู Pentalobe) แม้แต่สกรูก็ยังดูสวยงามและมีประโยชน์

...


...

พวงมาลัยทำจากโลหะผสมอะลูมิเนียม พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ แน่นอนว่ามันรีไซเคิลได้ 100 เปอร์เซ็นต์  ประกอบด้วยชิ้นส่วนขึ้นรูปด้วยเครื่อง CNC จำนวน 19 ชิ้น ใต้แกนหลัก มีปุ่มควบคุมเล็กๆ สองปุ่ม ด้านขวาเป็นแป้นหมุนที่ปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนอันทรงพลังของ Luce ซึ่งคาดว่า มีกำลังมากกว่า 1,000 แรงม้า (โหมด Range, Tour และ Performance) ด้านซ้าย.....เป็นปุ่มควบคุม Manettino แบบดั้งเดิม แต่ออกแบบใหม่ให้ดูดีขึ้น ควบคุมการตั้งค่าแชสซี พร้อมด้วยปุ่มควบคุมการหน่วงระบบปัดน้ำฝน สัมผัสของแต่ละปุ่มถูกปรับตั้งอย่างพอถีพิถันและใช้งานง่าย แป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift – แป้นด้านขวาควบคุมระบบ Torque Shift Engagement ของ Luce เพื่อเพิ่มอัตราเร่ง  แป้นด้านซ้าย.....ควบคุมระบบเบรกสะสมพลังงาน Regen Braking ซึ่งถูกปรับแต่งและติดตั้งอย่างสวยงามเช่นเดียวกัน


หน้าปัด ได้รับอิทธิพลมาจากระบบการบิน โดยเฉพาะแผงควบคุมของเฮลิคอปเตอร์รุ่นเก่าในช่วงสงครามเกาหลีและเวียดนาม มีหน้าปัดหลักสามอัน โดยอันกลางแสดงข้อมูลสำคัญ LoveFrom และ Ferrari ว่าจ้าง Samsung ให้ติดตั้งเทคโนโลยี OLED (ไดโอดเปล่งแสง) บางเฉียบ ประกอบด้วยพิกเซลจำนวนมาก แต่ละพิกเซล เปิดหรือปิดได้อย่างอิสระ  สีดำสนิทและอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด และ พาราแลกซ์ การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งในการมองจอภาพ สามารถมองได้ชัดเจนจากมุมต่างๆรอบห้องโดยสาร

กราฟิกบนหน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจจากมาตรวัด Veglia และ Jaeger ในรถ Ferrari Classic  เข็มนาฬิกา....เป็นชิ้นส่วนจริงๆ ทำจากอะลูมิเนียมชุบอะโนไดซ์  มีไฟ LED 15 ดวง ส่องสว่างอยู่ด้านหลัง ช่วยลดภาระทางความคิดของคนขับ แน่นอนว่าทั้งหมดดูเท่  มีปุ่มควบคุมเพิ่มเติมในแผงด้านบนใกล้กับกระจกมองหลัง รวมถึงปุ่มควบคุมการออกตัว (launch control) อีกหนึ่งสัมผัสที่ออกแบบมาจากเทคโนโลยีการบิน

หน้าจอควบคุมส่วนกลาง ขนาด 10.12 นิ้ว ติดตั้งบนข้อต่อแบบลูกบอลและเบ้า ทำให้สามารถหมุนได้รอบคนขับหรือผู้โดยสาร การทำงานนั้นราบรื่น มีที่วางฝ่ามือเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานเอานิ้วไปจิ้มหน้าจอ สวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศแบบโบราณ  ทีมงานออกแบบพยายามเชื่อมโยงอุปกรณ์ภายในของรถคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็น Bentley Continental S3, Bugatti Type 59 และ Ferrari 250 GT Europa  ความชื่นชอบในสวิตช์แบบเก่า ไม่ใช่แค่ความหลงใหลในรูปแบบคลาสสิก แต่ฟังก์ชันการใช้งานนั้นเหนือกว่ารถยนต์ยุคใหม่ที่เอาทุกอย่างไปยัดไว้ในจอโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งาน 

ด้านบนขวาของหน้าจอ กึ่งกลางคือจอแสดงผลมัลติฟังก์ชั่น มีสี่ฟังก์ชั่นที่โชว์อยู่ ได้แก่ นาฬิกา นาฬิกาจับเวลา เข็มทิศ และข้อมูลควบคุมการออกตัว ทั้งหมด ใช้กลไกที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ มีมอเตอร์อิสระสามตัว ชุดเฟืองต่างขนาดที่โคตรจะซับซ้อนหลายชุด นั่นสุดยอดมาก 

“เราปฏิบัติต่อทุกองค์ประกอบราวกับว่ามันเป็นกล้องฟิลม์หรือนาฬิกาออโตเมตริกโครโนกราฟ” ไอฟ์ กล่าว “ไม่มีอะไรคลุมเครือหรือกำกวม คุณจะเห็นได้ว่า ทีมงานทั้งหมดมีความมุ่งมั่นมากแค่ไหน มันเหมือนกับการออกแบบผลิตภัณฑ์หลายร้อยชิ้น แต่โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวโดยมีความสอดคล้องกัน เมื่อเวลาผ่านไป การยอมรับและความชื่นชอบของผู้คนในอุตสาหกรรมยานยนต์ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

คันเกียร์และคอนโซลกลางออกแบบอย่างพิถีพิถัน กระจกเป็นวัสดุที่ทีมออกแบบจงใจเลือกใช้  เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ iPhone  ใช้งานได้ดีและโคตรทน (ใช้กระจก Gorilla Glass เสริมความแข็งแกร่งด้วยกระบวนการทางเคมีหลังจากแช่ในอ่างเกลือโพแทสเซียมร้อน) บริษัท Corning ซัพพลายเออร์ระยะยาวของ Apple ได้ลงมือสร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ภายใน Luce โดยพัฒนาเทคนิคที่ไม่เคยใช้ในรถยนต์มาก่อน จนได้มาซึ่งวัสดุที่เรียกว่า Fusion5® (หมายเหตุ: รู้ไว้ด้วยว่า บริษัทผลิตกระจกและหลอดไฟเก่าแก่แห่งนี้....ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1851 เป็นผู้ผลิตหลอดแก้วสำหรับใช้ในหลอดไฟที่คิดค้นโดย โทมัส เอดิสัน)

มีการใช้เลเซอร์เพื่อเจาะรูเล็กๆ 13,000 รู บนแผงกระจก จากนั้นจึงฉีดหมึกสำหรับกราฟิกเข้าไปในรูเหล่านั้น บริเวณนั้นมีพื้นผิวกึ่งด้าน เพื่อป้องกันรอยนิ้วมือ กุญแจรถ มีลักษณะคล้ายกับกุญแจ Ferrari รุ่นปัจจุบัน  มีโลโก้ม้าพยศบนพื้นหลังสีเหลือง แต่เมื่อวางโทรศัพท์ลงในแท่นแม่เหล็กข้างคันเกียร์ หน้าจอจะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีดำ (ด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า ‘e-ink’) แผงควบคุมและจอแสดงผลหลัก จะสว่างขึ้น ทำให้ Ferrari Luce ไม่ได้ละเว้นความโดดเด่นสะดุดตาแบบซูปเปอร์สตาร์แม้แต่นิดเดียวก็ไม่ยอม

Ferrari ไม่ได้เปิดเผยราคาของรถคันนี้  การถกเถียงยังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดเกี่ยวกับขนาดของตลาดสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่มีราคาแพงมาก ลูกค้าส่วนใหญ่ รู้แล้วว่าวิศวกรรมที่อยู่เบื้องหลัง Luce นั้นล้ำหน้าขนาดไหน เหลือแค่ทรงของรถเท่านั้นที่กำลังรอดูอยู่  ล่าสุด.....งานตกแต่งภายในที่ถูกนำมาจัดแสดงก็เพิ่มจุดเด่นที่ไม่เคยเห็นมานานกว่า 50 ปีแล้ว แล้วนั่นก็เป็นสิ่งที่โคตรฉลาด ด้วยความกล้าหาญของ Ferrari ซึ่งถือว่าเป็นผู้ริเริ่มนำดีไซน์เก่าๆกลับมาใช้อีกครั้งได้อย่างลงตัว



ทศวรรษที่ 1960 และต้นทศวรรษที่ 1970 คือยุคทองของอิตาลี  Luce คือรถยนต์แห่งยุคสมัยสำหรับแบรนด์รถยนต์ที่มีชื่อเสียงก้องโลก ตอนแรก คาดการณ์กันว่ามันจะชื่อ Elettrica แต่ดูเชยไปหน่อย ชื่อ Luce ทำให้รถมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทุกวันนี้ ในโลกของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคนั้นเกี่ยวข้องกับความล้าสมัยที่ต้องถูกกำจัดออกไป แต่ในรถคันนี้ มีองค์ประกอบที่อยู่เหนือกาลเวลา และสิ่งนั้นจะคงอยู่ไปนานแสนนาน นั่นเป็นสิ่งสำคัญที่ Ferrari เติมจิตวิญญาณในรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ให้มีความน่าใช้  ยิ่งลูกค้าอายุมากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจไม่หวนกลับคืน แต่ Luce ได้นำความทรงจำในอดีตให้หวนกลับคืนมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected] 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/