อิสราเอลได้ตัดสินใจเปิดด่านพรมแดนราฟาห์ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างฉนวนกาซาและประเทศอียิปต์ เพื่อให้ชาวปาเลสไตน์สามารถเดินทางข้ามแดนได้ โดยเป็นไปตามข้อตกลงหยุดยิงที่เสนอโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ยังคงมีการควบคุมอย่างเข้มงวด
การเปิดด่านในวันนี้ (2 ก.พ.) ถือเป็นการอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์เดินทางเข้าและออกจากพื้นที่ได้ด้วยการเดินเท้า หลังจากที่ด่านนี้ถูกปิดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 ส่วนเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของอิสราเอลได้มีการจัดส่งทีมสังเกตการณ์จากยุโรปมาช่วยดูแลความเรียบร้อย
แม้ว่าจะมีการเปิดด่าน แต่ยังมีการกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวด โดยผู้เดินทางต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียด และจะมีการจำกัดจำนวนผู้เดินทางในแต่ละวันร่วมกับทางการอียิปต์
การปิดด่านราฟาห์ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อชาวปาเลสไตน์ที่ต้องการรักษาตัวในต่างประเทศ โดยข้อมูลจากสหประชาชาติระบุว่ามีชาวปาเลสไตน์ประมาณ 100,000 คนที่หนีออกจากกาซานับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น
ในขณะเดียวกัน อิสราเอลยังคงห้ามผู้สื่อข่าวต่างชาติจากการเข้าไปในพื้นที่ฉนวนกาซา โดยอ้างถึงเหตุผลด้านความปลอดภัย ขณะที่สมาคมสื่อมวลชนต่างประเทศ (FPA) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาของอิสราเอลเพื่อคัดค้านคำสั่งนี้
ตามแผนการของทรัมป์ในเฟสที่สอง จะมีการส่งมอบอำนาจบริหารกาซาให้กับกลุ่มเจ้าหน้าที่เทคโนแครตของปาเลสไตน์ โดยมีเงื่อนไขให้กลุ่มฮามาสวางอาวุธ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงตึงเครียด โดยมีรายงานการปะทะกันระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง