พรรคประชาธิปัตย์ ออกแถลงการณ์ ทวงความคืบหน้า ปปง.-กลต. ขยายผลสาวต้นตอ-ผู้เกี่ยวข้อง ปมอายัดทรัพย์สแกมเมอร์-ทุนเทา จี้ ทำ 3 ข้อ ชี้เป้ายังมีขุมทรัพย์เทา-ดำ อื้อ รอรวมหลักฐานส่งยึดอายัดเพิ่ม
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาธิปัตย์ออกแถลงการณ์ ถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่า ด้วยพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามเรื่อง ธุรกรรมผิดปกติของกลุ่มสแกมเมอร์ มาตั้งแต่ต้น ตามที่ได้เสนอต่อ ปปง. เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา และขอชื่นชมการปฏิบัติการของ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์กลุ่มสแกมเมอร์ 9.2 พันล้านบาท โดยมีระยะเวลาในการยึดอายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569 ซึ่งจากวันนี้ เหลือเวลาเพียงไม่เกิน 18 วันเท่านั้น ในการดำเนินการส่งอัยการฟ้อง เพื่อนำสู่การฟ้องศาลเพื่อยึดทรัพย์เหล่านี้ให้ตกเป็นของรัฐอย่างชัดเจน
พรรคประชาธิปัตย์ได้รับข้อมูลว่า ปปง. จะมีการประชุมในบ่ายวันนี้ (11 ก.พ.) จึงขอเสนอความเห็น ดังนี้
1. การดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ของ ปปง. ตั้งแต่ช่วงวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นไปอย่างถูกต้อง มีหลักฐานความผิดในข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร-ฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน โดยมีผู้เสียหายกว่า 700 ราย พบเส้นทางฟอกเงินมีโอนต่อเป็นทอดๆ มาถึงบัญชีเหล่านี้ ดังที่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะให้เป็นที่ทราบกันแล้วทั่วโลก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลและทุกหน่วยงาน รวมทั้ง ปปง. ต้องดำเนินการขั้นต่อไปอย่างจริงจัง เรื่องนี้จะเป็นการทดสอบ “การเมืองสุจริต” ของรัฐบาลไทย และเป็นการรักษาศักดิ์ศรีและความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย ประเทศไทยจะต้องไม่ยอมให้กลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินของการกระทำผิดของกลุ่มสแกมเมอร์ และทุนเทา จากผู้กระทำความผิดในประเทศรอบๆ อย่างจริงจัง
...
2. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มผู้กระทำความผิดและสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่ม Capital Asia Investment (CAI) ยังมีความเกี่ยวข้องกับคดีสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน ซึ่ง DSI สรุปสำนวนคดีส่ง ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริง ม.157 ข้าราชการฝ่ายการเมือง-เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี รวม 6 ราย ไปแล้วด้วย จึงถือว่าเป็นกลุ่มอาชญากรรมร้ายแรงที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง
3. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ ยังพบแหล่งสินทรัพย์และหลักทรัพย์ของกลุ่มบุคคลที่ถูกยึดอายัดทรัพย์กลุ่มนี้ แต่ยังไม่ถูกยึดอายัดและตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ครบถ้วนตามเรื่องที่ พรรคฯ ได้นำเสนอตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และกำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเตรียมเสนอให้ขยายวงหลักทรัพย์และกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป
การดำเนินการในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และเชื่อมั่นว่า รัฐบาล ปปง. และทุกหน่วยงานภาครัฐ จะได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการสู้ภัยสแกมเมอร์ และปกป้องศักดิ์ศรีของตลาดทุนไทย และประเทศไทยในสายตาชาวโลกให้สง่างาม จึงเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดพิจารณาดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป