เหมือนกับรุ่นก่อนอย่าง F87 เจ้า M2 รุ่นใหม่ที่ขับดีขึ้นมาก (แต่ไม่ดุร้ายและควบคุมได้ง่ายกว่ารุ่นแรก) มาถึงช่วงเวลาของการปรับปรุงโดยแทบจะไม่แตะต้องกับรูปลักษณ์ M2 LCI 2025-2026 มาพร้อมเกียร์ออโต้ ZF 8 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด M2 G87 LCI 2025 เจ้าของโป่งอภิอมตะนิรันดร ยังคงเป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักขับตัวจริงเสียงจริง สำหรับขาสับเกียร์แมนนวล ใน G87 M2 Competition รวมถึง M2 CS ที่จะเปิดตัวในปี 2025 ก็ยังมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด โดยรถเกียร์ธรรมดาสามารถสั่งได้หากอยากเมื่อย แน่นอนว่า รถเจ็บๆอย่าง M2 ออกมาขายเมื่อไหร่ก็หมดเมื่อนั้นโดยเฉพาะรุ่นปรับโฉม แฟนคลับบีเมอร์ต่างคาดการณ์ไปต่างๆ นานา ว่า BMW จะทำ G87 LCI ออกมายังไง แต่สุดท้ายก็แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นอกจากม้าเพิ่มเป็น 480 ตัว แรงบิดเพิ่มอีก 30 นิวตันเมตร (นั่นทำให้พยศมากกว่าเดิม) พวงมาลัย M ฐานตัดสุดสวย และการปรับระบบปฎิบัติการณ์ใหม่จาก 8.0 เป็น BMW OS 8.5
BMW M2 Coupe AT 6,649,000 บาท (คันทดสอบ)
BMW M2 Coupe M Race Track 7,349,000 บาท

...



ด้วยความที่ทำมาดีอยู่แล้ว ทุกจุดเกือบจะลงตัวสุดๆ ทำให้ BMW ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนักนอกจากปรับเพิ่มรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ และนั่นแหละคือเหตุผลที่ทำให้รถคูเป้รุ่นนี้นยังคงความยอดเยี่ยมเอาไว้เหมือนเดิม M2 รุ่นปรับโฉม (LCI) รักษาจิตวิญญาณแห่งความดุดันของ M Car ดั้งเดิมเอาไว้อย่างครบถ้วน มีการจูนกล่องเพื่อเพิ่มกำลังนิดหน่อย แรงบิดที่เพิ่มขึ้น ทำให้ส่วนท้ายบานออกด้านข้างได้ง่ายกว่าเดิมซึ่งต้องระวังในจุดนี้ให้ดีๆ M2 LCI ยังปรับแต่งดีไซน์ภายใน ระบบอินโฟเทนเมนท์ เปลี่ยนเป็น OS 8.5 ซึ่งทำงานได้เร็วและมีรายละเอียดของฟังก์ชันให้ใช้งานเพิ่มมากขึ้น การรักษาเสน่ห์และฟิลลิ่งของการขับเคลื่อนด้วยแรงบิดช่วงต้นที่ดุดัน ทำให้ M Car รุ่นเล็กเป็นรถสปอร์ตสำหรับนักขับที่ดีที่สุดเท่าที่ BMW เคยผลิตในปัจจุบัน ความดิบเถื่อน เกรี้ยวกราด แต่ควบคุมได้ง่ายและยึดมั่นในความเป็นรถคลาสสิกอย่างไม่เกรงใจโลกดิจิทัลส่งผลให้ M2 เป็นรถในฝันของนักขับทั้งเก่าและใหม่

หน้าตาที่ไม่มีการปรับเปลี่ยน เนื่องจากความดุดันของรูปลักษณ์ภายนอกนั้นลงตัวอยู่แล้ว M2 LCI จึงไม่มีการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายนอกแต่อย่างใดทั้งสิ้น ความตั้งใจของนักออกแบบในแผนก M ที่ต้องการสร้างแรงดึงดูด เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ แถวเรียง อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ รหัส S58 มีกำลังเพิ่มพูนถึง 480 แรงม้า ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมตัวช่วยอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การตกแต่งภายในที่หรูหรา ด้วยกลิ่นอายของรถ M Car พร้อมคุณสมบัติช่วยเหลือผู้ขับที่นับวันจะรุงรังมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่ชอบการแทรกแซงก็ปิดทั้งหมดทิ้งไปได้เลย
...


M2 รุ่น LCI คูเป้ไซส์เล็กถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีความแข็งขืนบึกบึน โอเวอร์แฮงก์สั้น ซุ้มล้อกว้าง ระยะฐานล้อยาวกว่า M2 F87 รุ่นก่อน และมีขนาดที่ใหญ่กว่าในทุกมิติ G87 ยังเป็นรถสปอร์ตในอุดมคติของนักขับทั่วโลก ด้วยขนาดที่กะทัดรัดแต่นั่งสบาย ตามมาตรฐานการออกแบบยุคใหม่ (และยังคงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้โดยสารด้านหลังตัวสูงที่จะมุดเข้าและออกจากเบาะหลัง) แนวคิดคูเป้ไซส์เล็กในกลุ่ม M Car ไม่จำเป็นต้องดูดีกว่ารุ่นดั้งเดิมและอาจจะไม่ใช่สำหรับทุกรสนิยมนั้นดูเย่อหยิ่งเกินไปหน่อย แต่ M2 LCI ก็มีเสน่ห์ร้อนแรงมากกว่า ทันสมัยและมีความแปลกประหลาดผสมผสานอยู่ในรูปลักษณ์ที่ต้องมองให้นานขึ้นถึงจะโดนใจ แอโรไดนามิกแบบเรียบๆ ไม่เน้นความเว่อร์วัง แสดงให้เห็นจากรูปแบบของกระจังหน้าและไฟหน้าที่จมเข้าไปในตัวถัง ไฟหน้า LED พร้อมระบบส่องสว่างอัตโนมัตินั้นออกแบบโดยไม่ได้ทำให้ส่วนหน้าของรถดูโฉบเฉี่ยว เมื่อจ้องมองดูอย่างละเอียดทั่วทั้งคัน มันเป็นรถสองประตูทรงล่ำบึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เทียบกับรถสวยๆ ในอดีตที่อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ BMW M กระจังหน้ารูปไต ทรงสี่เหลี่ยม ช่องนำอากาศเข้ามาระบายความร้อนของ M2 ใหม่ มีลักษณะเป็นกล่องพร้อมกับช่องรับอากาศด้านล่างแบบยกกำลังสอง ช่องระบายอากาศด้านข้าง ทั้งหมดแต่งด้วยพลาสติกสีดำที่ดูแล้วทั้งหนาและหนัก โดยรวมแล้วมันไม่ได้ดูแย่ แต่ก็น่าจะทำให้ลื่นไหลได้มากกว่านี้
...



...






มิติตัวถังของ M2 LCI มีขนาดความยาว 4,579 มิลลิเมตร กว้าง 1,887 มิลลิเมตร และ สูง 1,402 มิลลิเมตร สูงจากพื้น 121 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,745 มิลลิเมตร หนัก 1,730 กิโลกรัม ล้อขนาด 19 นิ้วที่ด้านหน้า และล้อขอบ 20 นิ้วที่ด้านหลัง ซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อน การคิดคำนวณถึงล้อและยางที่มีความเหมาะสมนั้นเหมือนกับ M3 G80/ และ M4 G82 ยาง Yokohama Advan หน้าไซส์ 275/35 ZR19 100Y ยางหลัง 285/30 ZR20 109Y หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ที่เป็นอุปกรณ์เสริม ปกติแล้วจะมีอยู่ในรถ M ที่ฮาร์ดคอร์มากกว่านี้ แต่ตอนนี้หลังคาวัสดุผสมน้ำหนักเบา กลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมจากโรงงานสำหรับ M2 ใหม่ ไม่มีคำอธิบายเกี่ยวกับการลดน้ำหนักเมื่อเลือกหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ แต่น้ำหนักจะลดลง 2 กิโลกรัมเมื่อเลือกออปชันนี้ แต่ BMW Thailand ใส่มาให้แบบไม่ต้องควักเพิ่ม










ห้องโดยสารของ M2 LCI ใหม่ ตรึงใจด้วยพวงมาลัย M วงใหม่ล่าสุด เบาะนั่ง M Sport ปรับตำแหน่งด้วยไฟฟ้า เบาะ M สบายใช้ได้เลย ปีกเบาะด้านข้างทำให้ท่านั่งกระชับรัดกุมคล้ายเบาะรถแข่งแต่สบายตัวกว่าเพราะไม่สร้างความอึดอัด เบาะหลังมีพื้นที่วางขาไม่มากนัก เหมาะกับเด็กมากกว่าจะให้คนตัวสูงเข้าไปนั่ง แผงประตูตกแต่งด้วยลวดลายกราฟิกสไตล์ M พร้อมการเรืองแสงในตอนกลางคืน แดชบอร์ดคอนโซลทำจากโฟมสังเคราะห์ที่ยืดหยุ่นและเก็บเสียงกับช่วยซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี แดชบอร์ดหุ้มด้วยไวนิลคุณภาพสูง กึ่งกลางแดชบอร์ดตกแต่งด้วยชิ้นงานคาบอนไฟเบอร์เคลือบเงา ช่องแอร์ทรงเหลี่ยม ส่วนชุดควบคุมอุณหภูมิภายในถูกย้ายไปอยู่ในจอภาพ ทำให้การปรับตั้งขณะขับขี่ต้องใช้ความคุ้นชินกันพอสมควร






iDrive 8.5 เวอร์ชันใหม่เอี่ยมอ่อง ( BMW Operating System 8.0 2024 to BMW Operating System 8.5 in M2 LCI 2026) จอแสดงผลที่วางอยู่เหนือแดชบอร์ด ทำให้รถล้ำยุคมากกว่าเดิม แม้ว่าเนื้อหาภายในจะห่างไกลจากความสปอร์ตของรถก็ตาม BMW ยังแนะนำการเปลี่ยนแปลงเฉพาะจุดของงานตกแต่งภายใน รวมถึงปุ่มโหมด M จำนวน 2 ปุ่มบนพวงมาลัย และ 2 ปุ่มบนคอนโซลกลาง ไฟเรืองแสงในตราสัญลักษณ์ M บนแผงประตูเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน M2 LCI
BMW ควบรวมเทคโนโลยีใหม่ที่ยกมาจาก M3/M4 อุปกรณ์ที่โดดเด่นที่สุด คือ ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนที่ปรับได้มากถึง 10 ระดับ ความรู้สึกการตอบสนองของแป้นเบรกที่ปรับได้ 2 ระดับ ช่วยให้ผู้ขับควบคุมไดนามิกของรถได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบควบคุมการยึดเกาะถนนแบบไดนามิกที่ตั้งค่ามาจากโรงงาน เพื่อให้ควบคุมการดริฟต์ได้อย่างเหมาะสม M Drift Analyser คือสิ่งที่ BMW M ไม่เคยเปลี่ยน







จอแสดงผลทรงโค้ง ตั้งอยู่บนแดชบอร์ดอย่างจงใจ จอภาพมาตรวัด TFT LCD เชื่อมต่อกับหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัส ขนาดความยาว 14.9 นิ้ว และหน้าจอมาตรวัดในตำแหน่งคนขับ ขนาด 12.3 นิ้ว จอแสดงผลทั้งสองทำงานผ่านซอฟต์แวร์ใหม่ iDrive 8.5 สัมผัสของ M Car เพื่อแยกแยะ M2 ออกจากรถยนต์รุ่นอื่นที่ไม่ใช่ M มีการเพิ่มชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์บนคอนโซลกลาง แป้นเปลี่ยนเกียร์สีแดง และแดชบอร์ดคาร์บอน นอกจากนี้ BMW M ยังมีเบาะนั่งคาร์บอนเป็นออปชันเสริมราคาแพง (มาก) เช่นเดียวกับ M3 G80 และ M4 G82 การติดตั้งเบาะนั่งเพียงอย่างเดียวจะทำให้น้ำหนักลดลง 10 กิโลกรัม พวงมาลัย M หุ้มหนังแบบเดียวกับในรถ M รุ่นอื่นๆ (ออปชันเสริม เบาะ M คาร์บอน ราคาประมาณ 400,000 บาท)







BMW M2 G87 กับระบบรองรับ Adaptive M suspension การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้ M2 ใหม่ มีความสัมพันธ์ทางวิศวกรรมที่ใกล้ชิดกับรถ M รุ่นใหม่อื่นๆ มากกว่า M2 F87 คนในแผนก M กล่าวว่า Adaptive M suspension จะช่วยให้ M2 Gen2 สามารถนำเสนอประสิทธิภาพด้านการยึดเกาะและอารมณ์ดิบแบบดุดันที่ก้าวไปอีกขั้น (สวนคันเร่งจนสุดมีแอบเลื้อยให้เสียวเล่น) ขณะเดียวกันก็ช่วยรักษาชื่อเสียงในด้านความเป็นเลิศแบบไดนามิกผ่านการแบ่งปันส่วนประกอบหลักกับ M4 G82

เครื่องยนต์มีพลังมากกว่าเดิม และถึงแม้จะมีแรงบิดเพิ่มขึ้น แต่ก็คมกว่ารถรุ่นพี่ G87 เป็นรถของคนชอบขับ ด้วยขนาดที่กว้างขวางกว่าเดิม จึงมีการแบ่งแยกระหว่างความสะดวกสบายและอารมณ์สปอร์ตมากกว่า F87 แพลตฟอร์ม CLAR ที่ใช้ในซีรีส์ 2 ใหม่ทำให้ความแข็งแกร่งของตัวถังเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับโครงสร้างที่ใช้ใน M2 รุ่นเก่า G87 เพิ่มความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วยสตรัทเหล็กค้ำโดมระบบกันสะเทือนด้านหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และเหล็กค้ำแบบใหม่ที่รวมอยู่ในระบบกันสะเทือนหลัง ส่วนเสริมของ M2 ใหม่คือด้านหน้าแบบ MacPherson strut ที่ปรับปรุงใหม่อย่างหนักและระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงก์ ข้อดีอย่างหนึ่งของการตั้งค่าใหม่ที่วิศวกร BMW M อ้างถึงคือความสามารถในการรองรับแคมเบอร์หน้าที่เพิ่มขึ้น พร้อมโช้คอัพแบบแปรผัน

BMW M2 LCI 2026 ยังคงใช้หัวใจของพี่ใหญ่อย่าง M3/M4 เหมือนเดิม ด้วยเครื่องยนต์ M TwinPower Turbo รหัส S58 จูนด้วยสเปกมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น "ผลงานชิ้นเอก" ของ M Car ไส้ในของมัน มีส่วนประกอบภายในเหมือนกับ M4 GT3 ที่แข่งขันในรายการ 24 Hours of Le Mans ห้องเครื่องยนต์ถูกสตรัทบาร์ค้ำยันเอาไว้เพื่อเพิ่มเติมความแข็งแกร่งของจุดยึด ช่วยต้านทานแรงบิด ส่งผลให้ควบคุมได้ดีขึ้นและคาดเดาอาการของรถได้มากขึ้น M2 Coupe G87 ใช้ระบบส่งกำลังแบบเดียวกับ M3 G80 และ M4 G82 เครื่องยนต์ S58 เบนซินแถวเรียง 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลัง 490 แรงม้า แรงบิดเพิ่มจาก 550 นิวตันเมตร เป็น 600 นิวตันเมตร ส่งถ่ายแรงบิดทั้งหมดผ่านล้อขับเคลื่อนด้านหลังในรูปแบบของ M Car ยุคโบราณ เครื่องยนต์ S58 มีระบบส่งกำลังให้เลือกสองแบบ ถ้าชอบยัดเกียร์เองก็มีกระปุกเกียร์ธรรมดา 6 สปีด อัตราทดชิดมาให้เมื่อยเล่น แต่ถ้ารักความสบายและใช้งานในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น เกียร์อัตโนมัติทอร์กคอนเวอร์เตอร์ 8 สปีด M Steptronic with Drivelogic ของแบรนด์ ZF ถือเป็นชุดส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพ เกียร์อัตโนมัติ ทำอัตราเร่ง 0-100 เร็วกว่ารุ่นเกียร์ธรรมดา แถมยังประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่า

เครื่องยนต์ S58 Twin Turbo Charged Straight-Six อยู่ในสถานะที่ถูกกดแรงม้าเอาไว้ไม่ให้มากจนควบคุมลำบาก พอเป็นรุ่น LCI มีการปรับเพิ่มกำลังแรงม้าและแรงบิด ส่วนอื่นๆ ที่ยกมาจากพี่ใหญ่ M4 ได้แก่ ท่อไอเสีย ส่วนประกอบของช่วงล่าง และระบบเบรก S58 เทอร์โบคู่ของ BMW M ลากกันยันไส้แขวนที่ 6,250 รอบต่อนาที แรงบิด 600 นิวตันเมตร จาก 2,650 รอบต่อนาที ถึง 5,870 รอบต่อนาที ทำให้เป็นเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงในกลุ่มรถ M Car ขนาดเล็ก เร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.1 วินาที ด้วยอัตราทดที่กระชับและว่องไวของเกียร์ ZF อัตโนมัติ 8 สปีด ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ออปชัน M Driver’s Package สามารถเพิ่มความเร็วปลายให้ไหลไปได้ถึง 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

S58 เครื่องยนต์ปีศาจ ติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ Mono Scroll (โมโนสโครล) สองตัว เป็นชุดอัดอากาศที่ถูกอัปเกรดให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม อินเตอร์คูลเลอร์ควบคุมอุณหภูมิของไอดี นอกจากนี้ยังมีระบบไอดีใหม่ที่ปรับการไหลของอากาศให้เหมาะสม ช่วยลดการสูญเสียแรงดัน เวสเกตที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งปรับปรุงเพื่อการตอบสนองที่ดีกว่าเดิม หัวฉีดเชื้อเพลิงแรงดันสูง เพิ่มขึ้นจาก 200 เป็น 350 บาร์ ใช้เทคโนโลยีการฉีดเชื้อเพลิงแบบใหม่ที่มีความแม่นยำสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเตรียมส่วนผสม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่รอบสูงภายใต้สภาวะการใช้คันเร่งอย่างเต็มที่ ระบบวาว์ลแปรผัน Valvetronic และเทคโนโลยีเพลาลูกเบี้ยวแบบแปรผัน Double-Vanos ช่วยเพิ่มกำลังและลดการปล่อยมลพิษ
เครื่องยนต์ M ที่ทรงพลังต้องการการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม BMW ออกแบบหม้อน้ำให้ใหญ่ขึ้น เพิ่มออยคูลเลอร์หรือตัวหล่อเย็นน้ำมันเครื่องแบบใหม่ และเพิ่มตัวทำความเย็นน้ำมันเกียร์แยกต่างหาก ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงที่ควบคุมการทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยแผนการที่จะทำให้ส่วนประกอบภายในทำงานอย่างสมบูรณ์แบบในระหว่างการเร่งความเร็ว ถังเชื้อเพลิงแบบใหม่ที่มีสองห้องและช่องดูดในตัว

เพลาข้อเหวี่ยงฟอร์จน้ำหนักเบาของเครื่องยนต์ถือเป็นผลงานชิ้นเอกทางวิศวกรรม มวลน้ำหนักของเพลาข้อเหวี่ยงที่ลดลง ทำให้เครื่องยนต์สามารถหมุนรอบสูงได้อย่างอิสระมากขึ้น ตอบสนองต่อการกดคันเร่งของผู้ขับในทุกองศาและคาบเวลา ระบบขับเคลื่อนเพลาข้อเหวี่ยงมีความทนทานต่อแรงบิดมากเป็นพิเศษ ทำให้มีความแข็งแกร่งพอที่จะรองรับกำลังและแรงบิดที่สูงกว่า ซึ่งเกิดจากการนำไปปรับแต่งเพิ่มเติมได้อย่างง่ายดาย ฝาสูบของ S58 ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมของ BMW M เปล่งประกายอยู่ ฝาสูบสร้างขึ้นผ่านกระบวนการพิมพ์ 3 มิติ ช่วยให้สามารถสร้างรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน ซึ่งวิธีการหล่อโลหะแบบดั้งเดิมไม่สามารถทำได้ ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพท่อน้ำหล่อเย็นเพื่อการจัดการอุณหภูมิที่เหนือกว่า
S58 ยังมีวงจรระบายความร้อนขั้นสูงพร้อมปั๊มน้ำหล่อเย็นไฟฟ้าและปั๊มน้ำแบบกลไก ระบบที่ซับซ้อนนี้รับประกันการระบายความร้อนที่เหมาะสมสำหรับเสื้อสูบและเทอร์โบชาร์จเจอร์ หลังดับเครื่องยนต์ ปั๊มน้ำไฟฟ้าเพิ่มเติมจะยังคงระบายความร้อนให้กับเทอร์โบชาร์จเจอร์ เป็นความใส่ใจในรายละเอียดและอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
เทคโนโลยีทั้งหมดคือภารกิจในการปรับแต่งขุมกำลัง BMW M เพื่อพิสูจน์ความสามารถและความน่าเชื่อถือของเครื่องยนต์ S58 ใน X3M และ X4M รวมถึง M3 / M4 และตามด้วย M2 G87 กับ M2 LCI รุ่นใหม่ล่าสุด

M2 เป็นรถ BMW ขับสนุกที่สามารถซื้อได้ในปัจจุบัน เปิดระบบช่วยขับอัตโนมัติคาเอาไว้ มันจะช่วยให้คุณเข้าโค้งได้อย่างสวยงาม แต่ถ้าปิดระบบช่วยขับ M คันเล็กรุ่นนี้ จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน มันเหมาะกับการเป็นยานพาหนะของเป็นนักขับรถทางเรียบมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในสนามแข่ง วิธีที่ดีที่สุดในการสัมผัสประสบการณ์ คือ การปิดระบบช่วยขับบางส่วนในสนามทดสอบหรือสนามแข่ง เพื่อให้ระบบยังคงช่วยดึงรถกลับมาจากขอบเหวแห่งหายนะ

BMW M2 LCI 2026 เป็นหนึ่งในการปรับโฉมรถ BMW ที่ดูจะขี้เกียจที่สุดเท่าที่เคยมีมา รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ได้สีตัวถังใหม่ ล้อใหม่ และปลายท่อไอเสียสีเข้ม ภายในห้องโดยสารได้พวงมาลัย M ดีไซน์ใหม่แบบแบนราบ ซึ่งในรถทดสอบของ BMW Thailand หุ้มด้วยหนังแท้มีเส้นสีแดงตรงกลางตามสไตล์รถแรงที่มักจะวางเส้นสีแดงด้านบนขแงขแบพวงมาลัยเพื่อให้คนขับสังเกตถึงองศาของการเลี้ยว


การปรับปรุงของรุ่น LCI กำลังและแรงบิดเพิ่มขึ้นจากเครื่องยนต์ S58 กำลังเพิ่มขึ้นอีก 20 แรงม้า เป็น 480 แรงม้า และแรงบิดเพิ่มขึ้น จาก 550 นิวตันเมตร เป็น 600 นิวตันเมตร นั่นเป็นตัวเลขที่มาพร้อมกับความสนุกและอันตราย เฉพาะในรถที่ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ ทำให้ M2 ที่เร็วอยู่แล้วเร็วขึ้นไปอีก คุณอาจไม่รู้สึกถึงกำลังที่เพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ผมเองก็ไม่รู้สึก เพราะไม่ได้ขับ M2 มานานแล้ว แต่ผมมั่นใจว่าถ้าคุณได้ลองขับทั้งสองรุ่นสลับกัน คุณจะสังเกตเห็นถึงกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน รถคันนี้มีปัญหาเรื่องการส่งกำลังทั้งหมดลงพื้นในเกียร์ต่ำๆ บนพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ ทางลาดยางลื่นๆ ควรระวังให้จงหนักเวลาสวนคันเร่งเร็วๆ




เจ้าของส่วนใหญ่ ไม่ได้ซื้อ M2 เพื่อแสดงฐานะอันมั่งคั่งเพื่ออวดความร่ำรวย คนที่ซื้อ M เกิดจากความชอบขับรถเป็นชีวิตจิตใจและคาแลคเตอร์ของ M2 ก็ตรงตามที่อยากได้พอดี โดยเฉพาะการควบคุมเครื่องจักรพลังสูงที่แปะตราสัญลักษณ์ M สัมผัสความตื่นเต้นในวันหยุด M2 มอบความสนุกสนานเร้าใจได้อย่างไม่มีรถคันไหนในระดับราคาเดียวกันจะทำได้ มันไม่เร็วเท่า Porsche 718 Spyder RS (982) ที่มีกำลังเครื่องยนต์ใกล้เคียงกับรถแข่ง แต่เร้าใจพอๆกันเมื่อาการโอเวอร์สเตียร์ยามสวนคันเร่งทำให้ต้องแต่งพวงมาลัยแก้ส่วนท้ายที่ดิ้นออกข้าง




ระบบบังคับเลี้ยวของ BMW M2 ปี 2026 นั้นเฉียบคมมาก ชดเชยความรู้สึกที่ขาดหายไปซึ่งเป็นปัญหาของระบบบังคับเลี้ยวของ BMW ในปัจจุบัน พวงมาลัยอาจไม่ได้สื่อสารอย่างชัดเจนว่าล้อหน้ากำลังทำอะไรอยู่ แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกว่ารถกำลังจะเกิดอาการอันเดอร์สเตียร์ คุณก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการเหยียบคันเร่งขวาเล็กน้อย BMW M Servotronic พวงมาลัยไฟฟ้าปรับแต่งเพื่อสมรรถนะสำหรับรถ M เน้นประสิทธิภาพของการบังคับเลี้ยวแบบแปรผันน้ำหนักไปตามความเร็วของรถและโหมดการขับเคลื่อน ให้การบังคับเลี้ยวที่เบาและง่ายในย่านความเร็วต่ำสำหรับการจอดรถ แต่จะแน่นขึ้นเพื่อการควบคุมที่แม่นยำและให้ฟิลลิ่งสปอร์ตมากยิ่งขึ้นในขณะขับด้วยความเร็วสูง สามารถปรับแต่งด้วยการตั้งค่าผ่านเมนู M Setup




เสน่ห์ของ M2 รุ่นปรับโฉม คือ สนุกกับการขับ ดริฟท์ส่วนท้ายอย่างง่าย โดยไม่รู้สึกว่ากำลังขับเกินขีดจำกัดของรถ ท้ายรถรุ่นปรับโฉมที่ผมทดสอบนั้น รู้สึกว่าควบคุมยากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ M2 G87 ที่ผมเคยขับเมื่อสองปีก่อน รถคันล่าสุดนี้วิ่งมาแล้วประมาณ 2,300 กิโลเมตร และยางหลัง Yokohama Advan ขนาด 285 ยังอยู่ในสภาพที่ดีมาก ถ้ากดคันเร่งกลางโค้ง ท้ายรถจะไม่สะบัดออกไปด้านข้าง มันแค่ส่ายไปมาและทำให้เสียวสันหลัง ระบบช่วยควบคุมการขับจะเปิดอยู่หรือปิดไปบางส่วนแล้วก็ยังสามารถทำให้ท้ายรถเหวี่ยงออกด้านข้างได้ง่ายและเร็ว แต่บาลานซ์ที่ดี ทำให้ควบคุมการลื่นไถลออกด้านข้าง หรือการแก้โอเวอร์สเตียร์ทำได้ง่ายพอสมควร แสดงให้เห็นว่ามีการปรับแต่งแชสซีอย่างจริงจังที่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ บนถนนแห้งในวันที่อากาศร้อนจัด การทำให้ท้ายรถส่ายไปมานั้นค่อนข้างยากเพราะยางมีค่าการยึดเกาะสูง แต่แรงบิดที่เพิ่มขึ้นกับการเซ็ตช่วงล่างทำให้ M2 LCI เป็นรถที่ง่ายต่อการเล่นกับส่วนท้ายของรถ โดยรวมแล้ว ผมคิดว่ารถคันนี้ถูกปรับแต่งมาเพื่อการยึดเกาะถนนบนทางตรงมากกว่าการเหวี่ยงท้ายรถเล่นสนุก ๆในโค้ง




M2 ให้ความรู้สึกเร็วกว่าเดิม ดุเดือดมากขึ้นเมื่อเทแรงบิดเต็มเหนี่ยว มีช่องว่างที่ชัดเจนของแรงบิดที่ต่ำกว่า 4,000 รอบต่อนาที เมื่อเทียบกับพาวเวอร์แบนด์ของ M3 แต่ก็ไม่ได้เป็นอันตรายถึงขนาดเรียกว่าเป็นข้อบกพร่อง ในความเป็นจริง ระบบขับเคลื่อนของ M2 มีคุณลักษณะบางอย่างที่เป็นเอกเทศ เมื่อเทียบกับรุ่นพี่ที่ใหญ่กว่าอย่าง M3 ความคล่องตัวของ M2 ทำให้คนขับไม่ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดึงกำลังออกมามากที่สุดเมื่ออัดในสนามแข่ง BMW ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของ M2 ใหม่นั้น เป็นการตอบสนองต่อข้อเสนอแนะจากลูกค้า และต้นเหตุของการเติบโตของ M2 ก็คือ Series-2 เนื่องจากมี M240i ให้เลือก หากไม่อยากจ่ายแพงกว่า วิธีแก้ปัญหาอันชาญฉลาดของ BMW คือการสร้างโมเดลใหม่ขึ้นมาโดยไม่ใช้รากฐานของซีรีส์ 4 พื้นที่ขนาดใหญ่ใต้ฝากระโปรงสำหรับเครื่องยนต์หกสูบเรียง ระบบกันสะเทือนแบบปรับได้ (ซึ่งไม่เคยมีใน M2 ตัวเก่าที่แข็งโป๊ก) และการตกแต่งภายในที่ดูทันสมัยมากกว่า




ในโหมดถนน เครื่องยนต์ S58 และท่อระบาย M ไม่ได้ส่งเสียงรบกวน แรงบิดสำหรับการพุ่งทะยานอย่างไม่ลดละยังมาเต็มเหมือนเดิม แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 5,870 รอบต่อนาที การแซงในโหมดเริ่มต้น จึงเป็นเรื่องง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ แม้จะมีกำลังและแรงบิดมหาศาล แต่ก็มีการยึดเกาะที่มากกว่า ท้ายรถออกง่ายกว่าเดิมมาก และดูเป็นวัยรุ่นว้าวุ่นมากกว่ารถ M รุ่นแรก เมื่อปรับเป็นโหมด Road M2 G87 จะกลายเป็นยานพาหนะขนาดเล็กที่ดูสบายกว่าเดิม เงียบ และเป็นมิตรกับการขับในเมืองมากกว่า M4 เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดแบบเดียวกับ M4 เกือบจะดีพอๆ กับเกียร์คลัตช์คู่ M DCT ของ M4 CS (F82) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการชิฟเกียร์ลง แต่ยังไม่คมชัดเท่ากับการเปลี่ยนเกียร์ของ Porsche PDK หรือ Mercedes MCT




ฐานล้อที่ยาวขึ้นบวกระยะฐานล้อที่ขยายออกด้านข้าง ยางสปอร์ต กับช่วงล่าง Adaptive M บวกพวงมาลัย M servotronic ทำให้ทุกอาการถ้าไม่ใส่จนล้นเกินไปก็ถือว่าควบคุมได้ไม่ยาก M2 LCI เป็นรถคูเป้ที่มุดเข้าโค้งโดยมีอาการอันเดอร์สเตียร์บางๆ ขึ้นอยู่กับการคุมคันเร่งของคนขับ ส่วนการควบคุมบอดี้นั้นโคตรจะมืออาชีพ ไม่ใช่ Civic Type R ที่วัยรุ่นไทยโหยหา หรือการเปลี่ยนเกียร์ที่ยอดเยี่ยมของ Porsche 911 แต่คุ้มค่ากับการใช้จ่าย 6.9 ล้านบาท เพื่อแลกกับรถ M คันเล็กที่ขับสนุก รูปทรงของระบบกันสะเทือนก็มีส่วนช่วยเช่นกัน แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างก็ตาม สปริงหน้ามีความแข็งกว่าและสปริงหลังนุ่มกว่าเมื่อเทียบกับ M4 เพื่อปรับปรุงการเลี้ยวเข้าครั้งแรกและรักษาความเป็นกลางของ M2 เมื่อเข้าโค้ง นอกจากนี้ยังมีการเสริมกำลังที่เสา C และบริเวณท้ายรถเพื่อปรับปรุงความแข็งแกร่งของแชสซีโดยรวม การขับขี่นั้นตึงแต่ไม่เคยชน และตัวแชสซีเองก็มีความแข็งแกร่งพอๆ กับวัสดุโมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์ด้านนี้ โชคดีที่การปรับระบบกันสะเทือนเพิ่มเติมได้ช่วยลดการเด้งที่อาจเกิดขึ้นจากฐานล้อที่สั้นลง แม้จะตั้งค่าระบบกันสะเทือนแบบปรับตัวได้นุ่มนวลที่สุด แรงกระแทกก็ยังเข้าไปในห้องโดยสารได้ แต่จำไว้ว่านี่คือรถ M ตัวจริง ไม่ใช่รถหรูนั่งนุ่มนิ่มสบาย


เกียร์ ZF 8 สปีดนั้นยอดเยี่ยม เมื่อเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนเกียร์ของ AMG SL43 ในเกียร์ 9G Tronic เกียร์ของ M2 ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลกว่า ใช้งานได้อย่างเพลิดเพลิน เกียร์ ZF8 แทนระบบเกียร์คลัตช์คู่ M-DCT ของ M2 F87 มันไหลลื่นจากหนึ่งไปสาม และเร็วพอในการตั้งค่าตรงกลาง คุณสามารถวางมือทั้งสองข้างไว้บนพวงมาลัยและใช้แป้น Paddle ที่ตัดแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ เพื่อเปลี่ยนเกียร์แบบแมนนวล หรือกดตัวเลือกเกียร์ไปข้างหน้าและข้างหลังเหมือนกับรถแข่ง DTM







M2 ใหม่จะใช้โช้คอัพแบบปรับได้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่ระบบรองรับนั้นพัฒนามาจากยูนิตเดียวกันกับ M3 Touring เมื่อปรับไปที่โหมด Road ที่ให้สัมผัสการทำงานของกันสะเทือนนุ่มนวลที่สุด แต่ก็ยังมั่นคงแข็งแรง อาจมีปัญหาบ้างเล็กน้อยในเรื่องของความกระด้างบนถนนที่ไม่เรียบ โดยธรรมชาติของ Adaptive M Suspension แล้วการขับจะมั่นคงยิ่งขึ้นในโหมด Sport และ Track แต่การควบคุมองคาพยพนั้นดีมากจนไม่สะเทือนหรือกระด้างมากจนเกินงาม เมื่อไม่มีโค้งให้เล่นในช่วงสองสามชั่วโมงแรกบนไฮเวย์พระรามสองต่อเนื่องหนองหญ้าปล้อง
สรุป........เครื่องยนต์ - เกียร์ ช่วงล่าง- พวงมาลัย ทั้งหมดคือดาวจรัสแสงของการแสดงบนท้องถนน แน่นอนว่า S58 นั้นเปล่งประกายเจิดจ้า ด้วยแรงบิดสูงสุดที่กระจายตั้งแต่รอบต่ำ 2,650 รอบต่อนาทีไปจนถึง 5,870 รอบต่อนาที (และกำลังสูงสุดที่ 6,250 รอบต่อนาที) ทำให้มีความสามารถในการขับที่ทั้งยืดหยุ่นและดุดัน ในโหมด Road ถ้าไม่กดคันเร่งหนักๆ เสียงการทำงานของเครื่อง S58 ไม่ได้ดังอะไร แต่เมื่อลงคันเร่งอย่างเมามันส์ในโหมด Track เสียงเครื่องจะเปลี่ยนจากเครื่อง 6 สูบเรียงปกติ กลายเป็นเสียงทุ้มก้องกังวานอย่างดุเด็ดเผ็ดมันสไตล์รถแข่ง โดยเฉพาะในรอบสูงนั้นเสียงเครื่องยนต์จะแผดงสนั่นหวั่นไหว ให้ความรู้สึกเหมือนกับกำลังควบคุมเครื่องจักรพลังสูง ซึ่งเกิดจากความตั้งใจในการจูนท่อทางของระบบระบายไอเสียของ M Car และนี่คือรถ M ที่เกือบจะสมบูรณ์แบบที่สุดในรอบ 30 ปี.
M2 LCI มีให้เลือกเป็นเจ้าของได้ใน 8 สี ได้แก่
น้ำเงิน Zandvoort Blue Solid ,ขาว Alpine White Solid ,เหลือง Sao Paulo Yellow Solid, แดง Fire Red Metallic, เทา Skyscraper Grey Metallic, เทา Brooklyn Grey Metallic, น้ำเงิน Portimao Blue Metallic และดำ Black Sapphire Metallic ส่วนรุ่นพิเศษ M2 LCI M Racetrack มีให้เลือก 5 สีด้วยกัน ได้แก่ น้ำเงิน Zandvoort Blue Solid, ขาว Alpine White Solid, เหลือง Sao Paulo Yellow Solid, แดง Fire Red Metallic และเทา Skyscraper Grey Metallic พร้อมเบาะหนัง Merino แต่งไฮไลท์สีดำ เอ็กซ์คลูซีฟ
สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 8 สี
สีเหลือง Sao Paulo Yellow (สีใหม่)
สีแดง Fire Red Metallic (สีใหม่)
สีเทา Skyscrapper Grey Metallic (สีใหม่)
สีน้ำเงิน Portimao Blue Metallic (สีใหม่)
สีฟ้า Zandvoort Blue Solid
สีขาว Alpine White Solid
สีเทา Brooklyn Grey Metallic
สีดำ Black Sapphire Metallic
ภายในห้องโดยสาร มีให้เลือก 3 สี
สีดำ เดินขอบสีเงิน Black / Exclusive Highlight
สีดำ เดินขอบสีฟ้า Black / Contrast Stitching Blue
สีดำ เดินขอบสีแดง Black / Red Highlight
วัสดุเบาะนั่งมีให้เลือก 2 แบบ Leather VernascaAlcantara / Sensatec Combination
รายละเอียดทางเทคนิค
BMW M2 G87 เครื่องยนต์และสมรรถนะชนิดเครื่องยนต์
เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเทคโนโลยี M TwinPower Turbo
ปริมาตรกระบอกสูบ 2,993 ซีซี
กําลังสูงสุด 338 กิโลวัตต์/480 แรงม้า/ที่ 6,250 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 2,650-5,870 รอบต่อนาที
ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง 4.1 วินาที
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง และระดับการปล่อย CO2
อัตราสิ้นปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย-อ้างอิงผล ECO Sticker 10.4 กิโลเมตร/ลิตร
ระดับการปล่อย CO2 เฉลี่ย 217 กรัม/กิโลเมตร
ล้อและยางล้อ ล้ออัลลอย M ขนาด 19 และ 20 นิ้ว ลาย Double-spoke
ขนาดยาง ล้อหน้า: 9.5 J × 19/ยาง 275/35 R19
ล้อหลัง: 10.5 J × 20/ยาง 285/30 R20
มิติรถยนต์
ยาว 4,580 มิลลิเมตร
กว้าง 1,887 มิลลิเมตร
สูง 1,403 มิลลิเมตร
ปริมาตรในการบรรจุของ 390 ลิตร
น้ำหนักรถ 1,800 กิโลกรัม
ระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยี
เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Sport Steptronic พร้อมGearshift Paddles
โหมดการขับขี่ M Drive Profressional
เฟืองท้าย M Sport
ช่วงล่าง Adaptive M
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Stop&Go (Active cruise control with Stop&Go function)
ระบบช่วยการขับขี่ (Driving Assistant)
ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ (Parking Assistant)
อุปกรณ์ภายนอกชุดเบรก M Compound Brake สีแดงโคม
ไฟหน้าตกแต่งสีดำ (M Lights Shadowline)
ภายนอกตกแต่งด้วยวัสดุสีดำเงาหลังคา M Carbon
ระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ (High-beam Assistant)
ระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะระบบไฟหน้า Adaptive LED
อุปกรณ์ภายในภายในตกแต่งดีไซน์ M ด้วยวัสดุ Carbon Fibre
กระจกมองข้างและกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
ชุดไฟส่องสว่างภายในและภายนอกห้องโดยสาร (AmbientLight)
พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์ M แบบใหม่ล่าสุด
เข็มขัดนิรภัยดีไซน์ M
เบาะนั่งตอนหน้าดีไซน์ M Sport
เบาะนั่งตอนหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบจำตำแหน่งเฉพาะฝั่งคนขับ
กาบบันไดดีไซน์ M แบบเรืองแสง
หลังคาภายในดีไซน์ M สี Anthracite
คอนโซลด้านบนบุด้วยหนังแบบ BMW Individual
ระบบความบันเทิงและการสื่อสาร BMW OS 8.5
ระบบ BMW ConnectedDrive
ระบบความบันเทิงและการสื่อสาร BMW Connected Package Professional
ระบบเชื่อมต่อ Smartphone
ระบบเครื่องเสียงรอบทศิทาง Harman Kardon
ความปลอดภัย
ถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
ถุงลมนิรภัยศีรษะสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและหลัง (ยกเว้นผู้โดยสารตอนหลังกลาง)
ระบบ Teleservices
ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน (Intelligent Emergency Call)
ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC)
ระบบควบคุมแรงดันเบรกแบบแปรผัน (DBC)
ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC)
ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS)
ระบบช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ(Brake Assist)
เซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง
เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor)
ระบบตรวจวัดลมยาง
ชุดปะยางฉุกเฉิน
ชุดตกแต่งพิเศษ
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/