“อ.เจษฎ์ โทณะวณิก” แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ สับเละ การทำงานของ กกต. หลังเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาดมโหฬาร ชี้เป็นความล้มเหลวของระบบ กำลังทำลายศรัทธาประชาชน
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ จ.สุราษฎร์ธานี รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ (เบอร์ 35) แสดงความเห็น ถึงการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต เมื่อวานนี้ ( 1 ก.พ.) หลังพบความผิดพลาดมโหฬารในการเลือกตั้งล่วงหน้า ว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมืองเฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่คือ ความล้มเหลวของระบบ ที่ทุกพรรคโดนหางเลขกันถ้วนหน้า
“ต้องฝากกรรมการนะครับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือว่า กกต. ในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านไปเนี่ย ท่านมีความผิดพลาดมาก แล้วไม่ได้เป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับเฉพาะบางพรรคนะครับ พี่น้องประชาชนอย่าไปหลงตามว่า มีการทำร้ายพรรคนั้น มีการทำลายคะแนนเสียงพรรคนี้ ไม่ใช่นะครับ ทุกพรรคโดนกันหมดครับ มันเป็นความผิดพลาดของกรรมการ ต้องยอมรับนะครับ การติดป้าย การติดชื่อ การเอาแผ่นที่เป็นแผ่นขาวไปทับชื่อ ผิดพลาดกันไปหมด ทำให้คนสับสน การเขียนเลขที่หน้าซอง เอาล่ะท่านอาจจะจำเป็นต้องเขียนอยู่ แต่เขียนให้ถูกครับ พิจารณาให้ถ้วนถี่ อย่าให้มันเกิดความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
รศ.ดร.เจษฎ์ ยังกล่าวถึงประเด็นจากเหตุการณ์อุกอาจในพื้นที่นครศรีธรรมราช ที่มีการบุกชิงบัญชีรายชื่อไปดื้อๆ สะท้อนความหละหลวมของมาตรการรักษาความปลอดภัย ด้วยว่า แบบนี้ผู้ตรวจการเลือกตั้งอยู่กันที่ไหนครับ พร้อมเตือนสติว่า หากกรรมการยังทำงานแบบนี้ อย่าหวังเลยว่าประชาชนจะไว้ใจผลการเลือกตั้ง และเมื่อความศรัทธาใน กติกาหมดลง ความศรัทธาในสภาและพรรคการเมืองก็จะพังทลายตามไปด้วย
“แล้วในหลายพื้นที่ เราไปนครศรีธรรมราชมาครับ มีการกระทำที่อุกอาจมาก เข้าไปชิงบัญชีรายชื่อไปเลย แบบนี้ผู้ตรวจการเลือกตั้งอยู่กันที่ไหนครับ พี่น้องประชาชนจะไม่ไว้วางใจกรรมการ แล้วจะลามไปถึงไม่ไว้วางใจกระบวนการทั้งหมด แล้วจะไม่ไว้วางใจพรรคการเมือง แล้วมันจะอยู่กันยังไงครับ การเลือกตั้ง ถ้าหากวิปริตแปรปรวน มันก็จะทำให้สภาไม่สามารถตั้งมั่นอยู่ได้ แล้วการพัฒนาประเทศชาติก็จะทำไม่ได้ ฝากคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. นะครับ ท่านมีความสำคัญมาก ท่านไม่จัดการเลือกตั้งให้ดี ประเทศชาติพังนะครับ”
...
นอกจากนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ได้ตำหนิ กกต. เรื่องเงินภาษี โดยย้ำว่าทุกบาททุกสตางค์คือน้ำพักน้ำแรงของประชาชน การจัดเลือกตั้งที่ผิดพลาดซ้ำซาก เท่ากับเอาเงินประชาชนมาละลายเล่น บัตรเลือกตั้ง ทั้งสีเขียว สีชมพู ถ้ามันไร้ค่าเพราะความผิดพลาดของท่าน ก็เท่ากับท่านเผาเงินภาษีทิ้ง
“นอกเหนือจากว่าการเลือกตั้ง เป็นเรื่องสำคัญมากของบ้านเมืองแล้วเนี่ยนะครับ เป็นเรื่องที่ใช้เงินเยอะด้วย งบประมาณแผ่นดินล้วนมาจากหยาดเหงื่อของพี่น้องประชาชน เป็นภาษี ที่ท่านเสียในทุกทิศทุกทาง ซื้อข้าวของก็เสียภาษี ทำการทำงานก็ต้องเสียภาษี ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้เป็นเงิน ถ้าหากว่าทำผิด ทำพลาด ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันจะทำให้บัตรเลือกตั้ง ทั้งสีเขียว สีชมพู กลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่า”
ช่วงท้าย รศ.ดร.เจษฎ์ ได้ระบุถึง บัตรสีเหลือง หรือการทำประชามติที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยเผยว่า กกต. ออกเอกสารชี้นำและตั้งคำถามที่ชวนสับสน คำถามแรกก็ไม่สะเด็ดน้ำ ยังไงก็ต้องเสียเงินจัดประชามติรอบ 2 รอบ 3 อีก ถามว่าทำไมต้องผลาญงบกันขนาดนี้ ทั้งที่รัฐธรรมนูญแก้รายมาตราได้ แต่ไม่เคยพูดความจริงให้ชัดเจน
“แล้วนั่นมันวันที่เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้านะครับ วันที่เป็นวันเลือกตั้งจริง 8 กุมภาพันธ์ จะมีบัตรสีเหลืองเข้ามาด้วย บัตรลงประชามติ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ กับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องบอกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง เอกสารที่ท่านออก ก็ชี้นำไปในทางที่ทำให้สับสนแล้ว การออกคำถาม เพียงหนึ่งคำถาม ก็ไม่สะเด็ดน้ำ ยังไงก็ต้องเสียเงินอีก กับคำถามที่สอง คำถามที่สาม ทำไมถึงจะต้องเสียเงินภาษี ซ้ำแล้วซ้ำเล่า รัฐธรรมนูญมันสามารถที่จะแก้รายมาตราได้ ท่านก็ไม่เคยบอกให้ชัดเจน พี่น้องประชาชน ทุกวันนี้ภาษีของเรา ถูกละลายไป กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง จัดการเลือกตั้งก็ไม่สามารถสัมฤทธิ์ผลได้ การประชามติก็จะทำให้บ้านเมืองแตกแยกแล้วมีปัญหาต่อไป ขอฝากเลยนะครับ กรรมการสำคัญที่สุด ผู้เล่นก็สำคัญ อย่าหลอกลวงประชาชน อย่าผลาญภาษีกันอีกเลยครับ”