สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงเข้มข้น หลังจากที่รัสเซียได้ทำการโจมตีโดยใช้โดรนและขีปนาวุธทั่วประเทศยูเครนในช่วงคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย โดยในจำนวนนี้มีเด็กชายวัยเพียง 10 ขวบรวมอยู่ด้วย
ตามรายงานจากกองทัพอากาศยูเครน ตั้งแต่ช่วงค่ำวันอาทิตย์ถึงเช้ามืดวันจันทร์ (9 ก.พ.) รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีจำนวน 11 ลูก และส่งโดรนโจมตีมากกว่า 149 ลำ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถสกัดกั้นโดรนได้มากกว่า 100 ลำ แต่ยังมีหลายพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
เมืองโอเดสซา ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง อาคารหลายหลังถูกทำลาย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งทำซีพีอาร์เพื่อช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บ โดยมีผู้เสียชีวิตเป็นชายวัย 35 ปี และบาดเจ็บอีก 2 ราย
ในภูมิภาคคาร์คิฟ เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิต 2 รายใต้ซากปรักหักพัง ซึ่งรวมถึงหญิงหนึ่งรายและเด็กชายวัย 10 ขวบ ขณะที่ในภูมิภาคเชอร์นีกิฟ พบชายชราวัย 71 ปี ถูกโจมตีเสียชีวิตขณะนอนอยู่ที่บ้าน
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาสันติภาพที่ยังคงมีความขัดแย้งเกี่ยวกับการแบ่งเขตแดน ความพยายามของรัสเซียในการเข้าควบคุมพื้นที่โดเนตสค์ยังคงดำเนินต่อไป ขณะนี้รัสเซียยึดครองพื้นที่ของยูเครนประมาณ 20% แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะมีความต้องการให้สงครามยุติในปีนี้ แต่ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นที่แตกต่างในเรื่องอธิปไตยและการแบ่งเขตแดน