“ศุภมาส” แย้ม ภูมิใจไทยปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายที่ศูนย์สิริกิติ์ฯ พรุ่งนี้ เตรียมปล่อยของเป็นภาค 2 อ้อนประชาชน ออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัวบ้านเมืองเจอความเสี่ยง มั่นใจปักธง กทม. ได้แน่ 


เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 5 ก.พ. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลการเลือกตั้ง สส.กทม.ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรค ภท. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 6 ก.พ. ว่า ถือว่าเป็นการปราศรัยใหญ่ปิดแคมเปญหลังจากเปิดแคมเปญไปเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 68 ที่โรงละครอักษรา โดยเวทีพรุ่งนี้จะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป จึงขอเชิญชวนประชาชน ผู้สนับสนุนที่อยากไปให้กำลังใจและรับฟังนโยบายต่างๆ ของพรรคไปร่วมรับฟังกันได้ แต่หากใครไม่สะดวก ก็สามารถรับฟังผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่ถ่ายทอดสด และเพจเฟซบุ๊กของพรรค ภท. ได้โดยจะมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.นำปราศรัย และทีมเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ รวมถึง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ โดยแกนนำพรรคจะมาเล่าให้ฟังว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรแล้วบ้าง ที่สำคัญถ้าเลือกพรรค ภท. เข้าไปเป็นรัฐบาลและมีนายอนุทินเป็นนายกฯ ทั้ง 3 คน ก็จะได้เข้าไปเป็นรองนายกฯ ตำแหน่งเดิม


น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่ใช่เฉพาะในประเทศ แต่เรายังต้องฝ่ากระแสวิกฤติโลก ซึ่งทั้ง 3 คนไปประชุมที่ดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะมาเล่าให้ฟัง จะเป็นภาคต่อจากเวทีปราศรัยสวนลุมพินี ที่เราได้อินโทรว่ามันมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น และปัญหาอะไรที่ควรแก้ โดยในวันที่ 6 ก.พ. เราจะเล่าให้ฟังว่ามืออาชีพของเราทั้ง 3 คน บวกกับนายกฯ จะบอกว่าจะมีแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร เป็นการเฉลยคำตอบว่าเราจะทำอะไรบ้างเมื่อได้เข้าไปบริหารบ้านเมืองอีกรอบ

...


ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่ 6 ก.พ.ถือเป็นเวทีสุดท้ายแล้วจะมีไม้เด็ดอะไรที่จะปล่อยออกไปเพื่อดึงดูดคะแนนเสียงให้มากยิ่งขึ้นหรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ความจริงคิดว่าตอนนี้ประชาชนตัดสินใจแล้ว แต่เรามาคอนเฟิร์มอีกครั้งว่าถ้าตัดสินใจแล้ว ชอบเรา เชียร์เราแล้ว อย่าเชียร์อยู่ที่บ้าน ขอให้ออกมาช่วยเราด้วย เพราะตอนนี้คงไม่ได้พูดเรื่องแบ่งสีแบ่งฝ่ายอะไร แต่มานำเสนอในเรื่องนโยบาย โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงที่ประเทศไทยจะต้องไม่ถูกลบออกจากแผนที่ทางเศรษฐกิจของโลก รวมถึงแผนที่ทางด้านความมั่นคง ซึ่งเราจะต้องไม่เสียดินแดนอะไรไปทั้งนั้น นอกจากนี้ ในวันที่ 6 ก.พ. จะเน้นพูดหลังจากวันที่ 8 ก.พ.เราจะกลับเข้าไปทำอะไร


เมื่อถามว่า เท่าที่ดูทุกเวทีที่นายกฯปราศรัย จะมีประชาชนมาฟังจำนวนมาก ทำให้มั่นใจหรือไม่ว่า หลังการเลือกตั้ง พรรค ภท.จะได้เป็นรัฐบาลแน่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ความจริงไม่ใช่เฉพาะเวทีปราศรัยเท่านั้นที่คนมาฟังจำนวนมาก แต่ทุกครั้งที่เราเดินหาเสียง หรือที่หัวหน้าพรรคไปเดินแบบออร์แกนิก จะเห็นชัดเจนว่าภาพต่างจากปี 66 ชัดเจน มีประชาชนรู้จักเราเยอะ มีคนรักชอบพวกเราเยอะ ซึ่งตนขอให้ความรักความชอบเหล่านั้นแปรเป็นพลังออกไปเลือกตั้ง รวมทั้งที่มีประชาชนจำนวนมากกลัวว่าบ้านเมืองจะมีความเสี่ยง ซึ่งบ้านเมืองเราจะเสี่ยงไม่ได้ ดังนั้น จึงขอให้ออกไปเลือกด้วยความกลัวเช่นเดียวกันว่าบ้านเมืองจะมีปัญหาเพราะไม่ได้ทีมเศรษฐกิจที่เป็นมืออาชีพมา จึงอยากให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง


เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีม็อตโตให้เลือกพรรคที่รักชาติ หรือถ้าไม่เลือกเราเขามาแน่ คิดว่าจะช่วยดึงกระแสประชาชนให้มาเลือกพรรค ภท.ได้มากขึ้นหรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ความจริงม็อตโต้พวกนี้ผ่านไปแล้ว ตอนนี้ถือว่าเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งแล้ว เราคงจะพูดแต่เรื่องนโยบายอย่างเดียวว่าถ้ารักชอบนโยบายพรรค ภท.และเชื่อถือในทีมมืออาชีพ ผู้บริหาร ซึ่งนโยบายที่สวยหรูส่วนใหญ่ของแต่ละพรรคจะคล้ายๆ กัน ใครๆ ก็พูดได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องปฏิบัติใครจะเป็นคนทำ และทำได้จริงหรือไม่ ซึ่ง 3-4 เดือนที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทีมมืออาชีพของเราที่เข้ามาบริหารได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านโยบายสั้นๆ ต่างๆ ที่ออกมาเราทำได้จริง ทั้งคนละครึ่งพลัส ทุกครั้งที่ไปเดินถือเป็นนโยบายที่อยู่ในใจของประชาชน เราบอกมาตลอดว่าเราไม่ได้ให้ปลา แต่เราให้เบ็ด เป็นการสอนให้ประชาชนมีวินัยทางการเงินการคลัง และพรรคเราใช้เงินในการหาเสียงน้อยมาก ไม่มีนโยบายประชานิยม ถือว่าเราสอนประชาชนและให้ความรู้ประชาชนในเรื่องการหาเงิน เก็บเงินอย่างไรให้อยู่รอดได้ เราจะเข้าไปจัดการปัญหา


ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ถือว่าโค้งสุดท้ายสุดๆ แล้ว ใน กทม.มั่นใจว่าจะกวาด สส.ได้มากน้อยแค่ไหน น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า มั่นใจว่าจะปักธงได้ แต่ว่าจะได้มากน้อยแค่ไหนอยู่ที่ประชาชนออกไปช่วยกันใช้สิทธิเลือกตั้ง