สถานการณ์ในยูเครนกลับตึงเครียดอีกครั้งเมื่อโดรนของรัสเซียโจมตีรถบัสที่บรรทุกคนงานเหมืองในแคว้นดนีโปรเปตรอฟสค์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 12 ราย โดยมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 15 คนจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 ก.พ.)

บริษัทดีเทค (DTEK) ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในยูเครน รายงานว่า รถบัสดังกล่าวถูกโจมตีขณะกำลังรับส่งคนงานหลังเลิกกะ นอกจากนี้ ยังมีการโจมตีอื่น ๆ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในช่วงคืนเดียวกัน

เหตุการณ์ที่ร้ายแรงอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลสูตินรีหมายเลข 3 ในเมืองซาปอริซเซีย ซึ่งโดนโจมตีทำให้มีผู้บาดเจ็บรวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ 2 คน

อีวาน เฟโดรอฟ ผู้ว่าการแคว้นซาปอริซเซียได้ระบุว่า เหตุการณ์โจมตีนี้เป็นหลักฐานชัดเจนของสงครามที่มุ่งทำลายชีวิตพลเรือน ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนได้พูดถึงการโจมตีโรงพยาบาลว่าเป็นการขัดต่อความพยายามสันติภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการรายงานเกี่ยวกับการโจมตีในพื้นที่ที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ รวมถึงการโจมตีด้วยโดรนในเมืองดนีโปร

รายงานยังระบุว่า รัสเซียได้เริ่มโจมตีโครงข่ายพลังงานของยูเครนตั้งแต่เดือนมกราคม ส่งผลให้ประชาชนหลายล้านคนประสบปัญหาขาดไฟฟ้าในฤดูหนาวที่หนาวจัด

ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครนได้ประกาศว่า การเจรจาสามฝ่ายระหว่างยูเครน รัสเซีย และสหรัฐฯ จะเริ่มขึ้นในวันพุธที่กรุงอาบูดาบี เพื่อพยายามหาทางยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 ปี