เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โฆษกกองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดเผยว่า เครื่องบินขับไล่ F-35C ได้ยิงโดรนอิหร่านตก หลังจากที่โดรนลำดังกล่าวได้บินเข้ามาใกล้เรือบรรทุกเครื่องบิน 'ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น' ในลักษณะที่ถือเป็นการคุกคาม.

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่สหรัฐฯ กำลังเสริมกำลังทางทหารในภูมิภาค โดยสถานการณ์มีความตึงเครียดกับรัฐบาลเตหะรานอย่างมาก แม้จะมีเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ทำเนียบขาวยังยืนยันว่าการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีอยู่ตามกำหนดเดิมในปลายสัปดาห์นี้.

ทั้งนี้ โฆษกทำเนียบขาว คาโรไลน์ ลีวิตต์ กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงมุ่งหวังให้การทูตเป็นแนวทางหลัก แต่ยังคงเปิดทางเลือกทางทหาร หากจำเป็น.

นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐฯ ยังได้รายงานถึงเหตุการณ์แยกต่างหากที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ที่ได้ทำการก่อกวนเรือพาณิชย์ที่ติดธงสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ.

ทรัมป์ได้ยื่นคำขาดให้อิหร่านยอมรับข้อเสนอในการจำกัดโครงการนิวเคลียร์และหยุดความรุนแรงต่อผู้ประท้วงในประเทศ ขณะที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้เตือนว่าการโจมตีใดๆ จะนำไปสู่สงครามระดับภูมิภาคทันที.