“ยศชนัน” ควง “จุลพันธ์-สุริยะ” นำทีม สส.เขต เพื่อไทย ขึ้นรถบัส EV-ไหว้ศาล เข้ารายงานตัวสภา ยัน ไม่มีเรื่องรายชื่อเพื่อไทยถูกตีกลับ “จุลพันธ์” ปัด “สุริยะ-สมศักดิ์” ถูกตีตกเก้าอี้ รมต. ยิ้มรับว่าหนิมได้คุยกับหนูแล้ว
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 ก.พ. 2569 พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่ สส. บัญชีรายชื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคพท. และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ นำคณะ สส.แบบแบ่งเขต พรรคพท. ขึ้นรถบัส EV จากที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อเข้ารายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภา
ทันทีที่เดินทางมาถึงนายยศชนัน และคณะ ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา ได้แก่ พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระภูมิชัยมงคล และศาลตาศาลยาย เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนนำทีมเข้ารายงานตัว
โดยนายยศชนัน กล่าวว่า ตนรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและเพื่อพี่น้องประชาชน ถือเป็นสิ่งที่ดีงามของพรรคเพื่อไทยที่ได้มาอย่างยาวนาน วันนี้เรารวมตัวมาพร้อมกันเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นปึกแผ่นว่า เราพร้อมที่จะเริ่มทำงานให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยที่จะไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยมีการแบ่งสัดส่วนกระทรวงกันอย่างไรบ้าง นายยศชนัน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกันเพิ่มเติม ตั้งแต่วันที่เราไปพบปะพูดคุยและตอนนี้ และเรามีความจำเป็นที่จะต้องดูในเรื่องภายในว่าวันนี้เราจะอยู่ในบทบาทไหนก็ต้องพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่และทำงาน
...

ยันไม่มีเรื่องรายชื่อเพื่อไทยถูกตีกลับ
เมื่อถามว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยตามที่ปรากฏในข่าวอีกทั้งเมื่อวาน มีข่าวว่ามีการส่งรายชื่อคนของพรรคเพื่อไทยแต่ถูกพรรคภูมิใจไทยตีกลับ นายยศชนัน กล่าวว่า ไม่มีเรื่องนี้ แต่เป็นลักษณะที่เราคุยกันภายในว่าเราต้องพร้อมที่จะทำงานในทุกรูปแบบ เพราะว่าตอนนี้เป็นช่วงที่คิดและทำหลายอย่าง
เมื่อถามว่าโควต้าของพรรคเพื่อไทยที่จะได้รับเป็นกระทรวงที่ปรากฏตามข่าวหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “เราไม่ได้คุยกันในเรื่องการแบ่งคณะรัฐมนตรี และการหารือกับพรรคภูมิใจไทยในเบื้องต้น หลังจากได้รับเชิญมาแล้วก็มีการไปพูดคุยกันในเรื่องของการทำงานร่วมกันไปข้างหน้า ยังไม่ได้พูดถึงว่าแต่ละพรรคมีความถนัดหรือจัดสรรกันอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นหลักของเราในขณะนี้ฐานะที่พรรคไม่ได้เป็นอันดับหนึ่ง เราก็ต้องรอให้พรรคอันดับหนึ่งเขาดำเนินการในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล การรวบรวมเสียงให้ครบถ้วน”
นายจุลพันธ์กล่าวต่ออีกว่า ตนก็ฟังจากข่าวเช่นเดียวกันก็ได้ยินว่าจำนวน สส.เกือบแตะ 300 คนแล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันได้ว่าการเดินหน้า จัดตั้งรัฐบาลน่าจะเป็นไปตามนั้นได้ หลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของพรรคแกนนำที่จะนัดหมายไปพูดคุย ในเรื่องความเหมาะสมด้านบุคลากร ความถนัดของแต่ละพรรคในการดำเนินการ และนโยบายที่มีในการที่จะขับเคลื่อนเป็นรัฐบาลร่วมกัน

โยนเรื่องเก้าอี้ ครม. เป็นอำนาจนายกฯ ไม่ใช่เรื่องเพื่อไทยมีอำนาจหรือไม่
เมื่อถามว่าอำนาจการจัดสรรบุคคลเป็นอำนาจของพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทยไม่ควรที่จะเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า อำนาจในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นของนายกรัฐมนตรี ขั้นตอนในขณะนี้หลังจากมีการรับรอง สส.แบบบัญชีรายชื่อคงจะมีการเปิดสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในช่วงปลายเดือน เพื่อที่จะเลือกประธานรัฐสภา หลังจากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์น่าจะมีการโปรดเกล้าฯ เรื่องของประธานรัฐสภาก็จะมีการลงมติเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นจะมีความชัดเจนเพราะว่าพอนายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็จะส่งรายชื่อเพื่อเข้าไปตรวจสอบ และส่งรายชื่อเพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องว่าพรรคเพื่อไทยมีอำนาจหรือไม่มีอำนาจ แต่อยู่ที่นายกรัฐมนตรี แน่นอนว่าการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล การหารือร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญ ตนเชื่อว่าจากประสบการณ์ที่เคยทำงานร่วมกัน กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีการพูดคุยกันในลักษณะนี้คงจะเกิดขึ้นเพื่อให้มีความราบรื่นและความเข้าใจตรงกัน ในขณะนี้ทั้งที่เป็นข่าวในเรื่องของรายชื่อที่ส่งไป และเรื่องที่บอกว่ามีการตีกลับรายชื่อ ตนได้มีการพูดคุยเมื่อวาน (26 ก.พ. 69) ยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์นี้เพราะพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ส่งรายชื่อ เรายังไม่ได้พูดคุยกัน
เมื่อถามต่อว่า ถึงแม้ในตอนนี้จะยังไม่มีการส่งรายชื่อแต่ถ้าหากส่งไปและเกิดการตีกลับมาจริงๆจะเป็นอย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน ตนยังไม่เห็นเหตุการณ์ และเราจะไปนั่งสมมติว่ามันจะเกิดหรือไม่นั้น ตนมองว่ามันไม่เกิดประโยชน์อะไร ในขณะนี้ยังไม่เกิดเหตุการณ์ใดๆ เพราะฉะนั้นรอให้มีการหารือกันและพูดคุยกันมันก็จบแล้วเรื่องแค่นี้

เพื่อไทย ไร้ปัญหาคลื่นใต้น้ำ
ส่วนกระแสข่าวที่เกิดขึ้นจะเป็นคลื่นใต้น้ำของพรรคเพื่อไทยเองหรือไม่ที่ปล่อยข่าวมา นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ไม่มีภายในพรรคเพื่อไทยมีความสามัคคีวันนี้ที่เรายกขบวนกันมาก็เห็นได้ชัด เพราะเรามาพร้อมหน้ากัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต และในสัปดาห์หน้าก็จะเป็นแบบบัญชีรายชื่อ วันนี้การแสดงความพร้อมของพรรคเพื่อไทย ว่าเรามีความสามัคคี และเป็นการแสดงความพร้อมให้กับสังคมเห็นว่าเรามีความพร้อมเดินหน้าทำงานในฐานะของนิติบัญญัติ
ซึ่งวันนี้หลังเสร็จจากการรายงานตัวนายยศชนันจะนำการประชุมพรรค 1 ชุดเรื่องกฎหมาย ว่าเราพร้อมที่จะยื่นกฎหมายเข้าสู่สภาทันทีที่มีการเปิดสภาผู้แทนราษฎรประมาณ 20 ฉบับ และจะดูรายละเอียดกันในวันนี้ และเตรียมให้มีสมาชิกเป็นตัวแทนในการยื่นกฎหมายต่อสภาทันทีเมื่อมีการเปิดสภาซึ่งเป็นการแสดงความพร้อมของเราในการทำงานในฐานะนิติบัญญัติ
“จุลพันธ์” รับคุยกับแกนนำภูมิใจไทยแล้วเรื่องข่าวลือ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า พรรคเพื่อไทยคุยกับพรรคภูมิใจไทย เป็นการคุยกับใคร หรือเป็นการพูดคุยกับนายอนุทิน
นายจุลพันธ์ ตอบว่า ตนได้พูดคุยกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยเองว่าทำไมถึงมีข่าวลักษณะนี้เกิดขึ้น ซึ่งทางพรรคภูมิใจไทยเองยืนยันว่าไม่ได้มีข่าว เพราะจะมีข่าวไม่ได้เนื่องจากพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มีการยื่นรายชื่อและไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องของกระทรวง ส่วนที่มีข่าวว่ารายชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ถูกตีตกไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น นายจุลพันธ์กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดอะไรลึกถึงขนาดนั้น เป็นกระบวนการปกติของการเมืองซึ่งช่วงนี้ต้องรอกกระบวนการต่างๆเช่น การรับรองจากกกต. สส.ต้องมารายงานตัวในสภาและรอเปิดประชุมสภา เป็นช่วงสูญญากาศทุกพรรคต้องรอให้กระบวนการต่างๆการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นเสียก่อน การที่มีข่าวออกมาแบบนี้อาจจะไม่ใช่การปล่อยข่าวแต่อาจจะเป็นความเข้าใจของสังคมความคิดของสังคมบางส่วนและสื่อมวลชน ไปฟังข่าวมาก็นำเสนอ เพื่อให้เกิดความเคลื่อนไหวแม้ว่าจะไม่เกิดผลเสียหรือผลร้ายใด เพราะทางพรรคได้ยืนยันถึงคุณสมบัติของสส.ทุกคนในพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

รายชื่อถูกตีตกไม่มีมูล
นายจุลพันธ์ กล่าวย้ำว่า “ตนเป็นหัวหน้าพรรคยังไม่ได้มีการยื่นรายชื่อและบุคคลที่ถูกกระแสข่าวว่าถูกตีตกจากรัฐมนตรีนั้นเป็นบุคลากรที่ทรงคุณภาพของพรรคจากการทำงานที่ผ่านมาในอดีตได้พิสูจน์ชัดในฝ่ายการบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติและประวัติการทำงานก็ไม่มีความด่างพร้อยดังนั้นต้องให้ความเป็นธรรมกับตัวบุคลากร ส่วนที่มีข่าวออกมานั้นไม่มีมูล”
“ยศชนัน” ขออุบให้ข้อมูลนั่งคุมกระทรวง อว. เตรียมการบ้านไว้ทุกกระทรวงแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ารายชื่อของบุคคลในพรรคข่าวมานั้นคือบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่าพรรคเรามีบุคลากรที่มีความพร้อมเป็นรัฐมนตรีจำนวนมาก ในส่วนสส.ที่ผ่านการเลือกตั้งมา เป็นสส.มาแล้วหลายสมัยหลายคนมีศักยภาพ
ซึ่งจุดนี้เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคที่จะต้องกลับมาหารือกันอีกครั้ง ที่ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มพิจารณา ส่วนที่พรรคเพื่อไทยต้องการคนรุ่นใหม่มาบริหารงานของรัฐบาล นายยศชนัน กล่าวว่าในเรื่องที่เรานำมาหารือว่าวันแรกที่จะเข้าไปทำงานจะทำอะไรบ้าง ประเทศมีปัญหาอะไรบ้างกระแสโลกเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งเรามีบุคลากรที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลได้อย่างเหมาะสม แน่นอนว่าการทำงานกระทรวงเดียวไม่ได้แล้ว ต้องเป็นคนที่สามารถทำงานได้กับทุกคนทุกกระทรวงถึงจะผลักดันให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจะเข้าไปดูแลเลยหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ยังไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้ ขออีกซักพักถ้ามีความแน่ชัดยังไงจะแจ้งให้ทราบ ซึ่งตอนนี้ได้เตรียมการบ้านไว้ให้ทุกกระทรวงแล้ว

ปัดมีเผือกร้อน หลังภูมิใจไทยยก ก.เกษตรฯ ให้เพื่อไทยดูแล
ส่วนกระทรวงที่ขณะนี้ที่มีเรื่องเผือกร้อนเช่นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงแรงงานนั้นทางพรรคภูมิใจไทยจะจัดสรรมาให้ทางพรรคเพื่อไทยเพื่อทำการดูแล นายยศชนันกล่าวว่า “ไม่มีเรื่องเผือกร้อนอยู่แล้วครับเป็นเรื่องเกี่ยวกับประเทศ ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับกระทรวง เกรด A เกรด B เกรด C วันนี้ไม่น่ามีใครกล้าพูดว่าเป็นกระทรวง เกรด A เพราะทุกกระทรวงสำคัญทั้งหมด ซึ่งก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้”
สำหรับนโยบายของพรรคจะมีการหารือเอาไปทำงานในกระทรวงหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยและนโยบายของพรรคอื่นจะต้องมีจุดเชื่อมโยงกัน เมื่อมีความแน่ชัดก็ต้องมาคุยกัน ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าในกรณีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร ที่เรือนจำแล้วบอกกับผู้สื่อข่าวว่า นายทักษิณจะวางมือทางการเมืองแล้ว จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของพรรคหรือไม่ นายยศชนันตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนพรรคเพื่อไทยก็จะดำเนินการในรูปแบบพรรคการเมืองอยู่แล้ว
ท้ายการสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวได้แอบแซวว่า หนิมได้คุยกับหนูแล้วหรือยัง นายจุลพันธ์ หันหน้ามาหัวเราะและยิ้มรับแล้วพยักหน้า



