หลังจากสงกรานต์ปีนี้ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะจากการส่งสัญญาณของ 5 บริษัทผู้ผลิตใหญ่ที่เตรียมขึ้นราคาในเดือนเมษายน 2569 นี้ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนด้วยการตรึงราคาสินค้าในช่วงวิกฤตนี้

6 กลุ่มสินค้าที่อาจปรับราคา

การติดตามสถานการณ์ล่าสุดพบว่ามี 6 กลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ได้แก่:

  • เครื่องดื่มและนม: ต้นทุนขวดพลาสติกสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน
  • น้ำมันพืช: ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์
  • วัสดุก่อสร้าง: ปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น และท่อพีวีซี มีต้นทุนค่าขนส่งสูง
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: มีการปรับขึ้นราคาขายส่งตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
  • สินค้าที่ใช้สารทำละลาย: เช่น สีทาบ้าน เนื่องจากข้อจำกัดในการนำเข้า
  • กระดาษชำระและผงซักฟอก: สินค้าจำเป็นที่รัฐกำลังเฝ้าติดตาม

สถานการณ์ราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงถึง 112.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ต้นทุน Logistic ทั่วประเทศเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 คาดว่าค่าไฟฟ้าจะปรับสูงขึ้นตามราคาของ LNG ที่แตะ 25 เหรียญสหรัฐ

มาตรการจากภาครัฐ

กรมการค้าภายในได้หารือกับผู้ผลิตรายใหญ่เพื่อให้แน่ใจว่าสต็อกสินค้าเพียงพอและรักษาเสถียรภาพราคา โดยการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าจำเป็น 59 รายการอย่างใกล้ชิด

หากประชาชนพบการขึ้นราคาสินค้าโดยไม่ชอบ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569.